หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ ...

ฮอนด้า ซิตี้ ส่ง รุ่นไฮบริดใหม่ สู้อีวีจีน ราคาเริ่ม 6.19 แสน เพิ่มออพชั่น

7.08.26 | 16:25 น.

ฮอนด้า ซิตี้ ส่ง รุ่นไฮบริดใหม่ สู้อีวีจีน ราคาเริ่ม 6.19 แสน เพิ่มออพชั่น


สถานการณ์ตลาดรถเก๋งเล็กแข่งกันดุเดือด ทั้งค่ายญี่ปุ่นด้วยกันเองและรถอีวีจากจีน สารพัดยี่ห้อ สารพัดรุ่น บุกเข้ามานำเสนอหลากหลายรูปแบบ

 

สำหรับค่ายฮอนด้า แม้ว่าที่ผ่านมาจะพยายามผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามารับมือกับค่ายจีน แต่สู้ด้านต้นทุนการผลิตไม่ได้ ต้องใส่เกียร์ถอย หันมาลุยพลังงานไฮบริดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถเก๋งเล็ก ฮอนด้าเคยผงาดอยู่ในกลุ่มนี้ และยังคงมีฐานลูกค้าเหนียวแน่นพอสมควร แม้ว่าจะไม่เข้มแข็งเหมือนที่ผ่านมาก็ตาม

Advertisement

ดังนั้น ล่าสุดบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จึงประกาศคัมแบ็กครั้งใหญ่ของไลน์อัพ ซิตี้คาร์ เปิดตัว Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ใหม่ ซิตี้คาร์ยอดฮิต ดีไซน์ใหม่อัพความสปอร์ตอีกขั้น ตั้งเป้าว่าจะกลับครองตำแหน่งผู้นำกลุ่มซิตี้คาร์ในประเทศอีกครั้ง เน้นการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับกลุ่มลูกค้า Gen Z (เจน ซี)

ฮอนด้า ซิตี้ มีให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์ไฮบริด และเครื่องยนต์เบนซิน ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และ แบบแฮทช์แบ็ก 5 ประตู รวมทั้งหมด 8 รุ่นย่อย ไฮไลต์แต่ละรุ่นย่อย มีดังนี้

รุ่นย่อย e:HEV RS รุ่นท็อป ดีไซน์และฟังก์ชัน ใหม่ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำเงา พร้อมกันชนหน้า กันชนหลัง , สเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์หลังสไตล์สปอร์ตแบบ RS , ไฟหน้าแบบ LED , ใหม่ ไฟหน้า Connecting Light (คอนเนคติ้ง ไลท์ ) แบบ แอลอีดี , ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ เพื่อต้องการเน้นความล้ำสมัย สะดุดตา , ใหม่ ไฟท้าย แอลอีดี แบบใส (Clear lens) , ใหม่ ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว แบบทูโทน ดีไซน์สปอร์ต Diamond cut (ไดมอนด์ คัท) , สีดำ Berlina Black (เบอร์ลินา แบล๊ก) และ Dark Clear (ดาร์ก เคลียร์) ถ่ายทอดความสปอร์ตสไตล์ RS , ใหม่ คิ้วฝากระโปรงท้าย สีดำ , เปลี่ยน มือจับเปิดประตูด้านนอก สีดำ , ภายในห้องโดยสารสีดำ มาพร้อมเบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง , เปลี่ยน วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าลาย 3 มิติ สีดำเงาและเทา , ใหม่ ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร สีแดง , ใหม่ อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย บริเวณคอนโซลกลาง พร้อมช่องเก็บของอเนกประสงค์ , ใหม่ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch (แอดวานซ์ ทัช) รองรับ แอปเปิล คาร์เพลย์ และ แอนดรอยด์ ออโต้ แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ อัพเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว , ใหม่ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) , ใหม่ กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ

รุ่นย่อย e:HEV SV เน้นเทคโนโลยีและฟังก์ชันเหมาะกับการใช้งาน ใหม่ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ , ใหม่ กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และ กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ในรุ่นซีดาน , เปลี่ยน ไฟหน้าแบบ LED , ใหม่ ไฟหน้า คอนเนคติ้ง ไลท์ แบบ แอลอีดี , ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ เพื่อเน้นความล้ำสมัย สะดุดตา , ใหม่ ไฟท้าย แอลอีดี แบบใส (Clear lens) , ใหม่ ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว แบบทูโทน ดีไซน์สปอร์ต ไดมอนด์ คัท สีเทาอ่อนปัดเงา เพิ่มต้องการเน้นมิติและเสริมความพรีเมี่ยม , ใหม่ คิ้วฝากระโปรงท้าย สีดำ , ภายในห้องโดยสารสีดำ และใหม่ รุ่นซีดาน รุ่นย่อย e:HEV SV มาพร้อมทางเลือกสีภายในห้องโดยสารสีเทา พรีเมี่ยม เฉพาะ รุ่นซีดาน สามารถเลือกจับคู่ได้กับสีภายนอกสีเทา Meteoroid Gray Metallic หรือสีดำ Crystal Black Pearl , เปลี่ยน วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าลาย 3 มิติ สีดำเงาและเทา , ใหม่ ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร สีน้ำเงิน , ใหม่ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ แอดวานซ์ ทัช รองรับ แอปเปิล คาร์เพลย์ และ แอนดรอยด์ ออโต้ แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว , ใหม่ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS)

เพิ่มทางเลือกใหม่ รุ่นย่อย e:HEV V รุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่ เน้นเป็นเจ้าของฟูลไฮบริดของฮอนด้าได้ง่ายขึ้น กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ , กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ในรุ่นซีดาน , ไฟหน้าแบบ แอลอีดี , ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว แบบทูโทนดีไซน์สปอร์ต ไดมอนด์ คัท สีเทา , ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบแอดวานซ์ ทัช รองรับ แอปเปิล คาร์เพลย์ และ แอนดรอยด์ ออโต้ แบบไร้สาย , มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว , ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) , ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) , ระบบ ออโต้ เบรก โฮลด์ , ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

และรุ่น รุ่นย่อย S (รุ่นเครื่องยนต์ เทอร์โบ) ซิตี้คาร์รุ่นเริ่มต้นขุมพลัง VTEC TURBO (วีเทค เทอร์โบ) ใหม่ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ , ใหม่ กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ในรุ่นซีดาน , เปลี่ยน ไฟหน้าแบบ แอลอีดี , เปลี่ยน ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ แอดวานซ์ ทัช รองรับ แอปเปิล คาร์เพลย์ และ แอนดรอยด์ ออโต้ แบบไร้สาย , ใหม่ ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว สีเงิน

สรุป ไฮไลต์ดีไซน์ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีใน ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ , ใหม่ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ในทุกรุ่นย่อย , เพิ่ม ไฟหน้าแบบ แอลอีดี เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย , ใหม่ ไฟหน้า คอนเนคติ้ง ไลท์ แบบ แอลอีดี ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV , ใหม่ ไฟท้าย แอลอีดี แบบใส (Clear lens) ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV , ใหม่ โลโก้ H Mark ดีไซน์แบบ 2 มิติ , ใหม่ รุ่นย่อย e:HEV RS มาพร้อมกระจังหน้าสีดำเงา พร้อมกันชนหน้า กันชนหลัง และสเกิร์ตข้าง รวมถึงสปอยเลอร์หลังสไตล์สปอร์ตแบบ RS , ใหม่ รุ่นย่อย e:HEV RS มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว แบบทูโทนดีไซน์สปอร์ต

ใหม่ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ แอดวานซ์ ทัช รองรับ แอปเปิล คาร์เพลย์ และ แอนดรอยด์ ออโต้ แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV , ใหม่ รุ่นย่อย e:HEV RS มาพร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) , ใหม่ รุ่นย่อย e:HEV RS มาพร้อมกระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ , ใหม่ ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV รุ่นย่อย e:HEV RS มาพร้อมสีแดง รุ่นย่อย e:HEV SV มาพร้อมสีน้ำเงิน

พับเบาะปรับสเปซได้ในรุ่นแฮทช์แบ็ก พร้อม เบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR) แยกพับ 60:40 สามารถปรับพับเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้งานอเนกประสงค์ พร้อมด้วยห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่เอกลักษณ์โดดเด่นของฮอนด้า ปรับเปลี่ยนได้ 4 โหมด ได้แก่ Utility Mode (ยูทิลิตี้ โหมด) เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบเพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง , Long Mode (ลอง โหมด) เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว , Tall Mode (ทอลล์ โหมด) เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง และ Refresh Mode (รีเฟรช โหมด) เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING (ฮอนด้า เซนซิ่ง) มาพร้อม 6 ฟังก์ชันการทำงานหลัก ได้แก่ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) , ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) , ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW) , ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive CruiseControl: ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low- Speed Follow: with LSF) ในรุ่นย่อย e:HEV RS, e:HEV SV และ e:HEV V

มีระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN) , ใหม่ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV , ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) (รุ่นย่อย e:HEV RS) , ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold (รุ่นย่อย e:HEV RS, e:HEV SV และ e:HEV V) , ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) (รุ่นย่อย e:HEV RS, e:HEV SV และ e:HEV V) , ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) (รุ่นย่อย e:HEV RS, e:HEV SV และ e:HEV V) , ถุงลมคู่หน้า , ถุงลมด้านข้างคู่หน้า , ม่านถุงลมด้านข้าง (รุ่นย่อย e:HEV RS)

มีให้เลือก 2 ทางเลือกขุมพลังขับเคลื่อน ได้แก่ ขุมพลัง VTEC TURBO เน้นขับสนุก กับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว มาพร้อม เทอร์โบชาร์จเจอร์
กำลังสูงสุด 122 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที อัตราประหยัดน้ำมันฮอนด้าเคลมที่ 22.7 กิโลเมตร/ลิตร และ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid การทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แอทคินสัน ไซเคิล DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที อัตราการประหยัดน้ำมันฮอนด้าเคลมที่ 27.8 กิโลเมตร/ลิตร

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่ ,ใหม่ สีแดง Blazing Red Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) , ใหม่ สีเทา Urban Gray Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS) , พิเศษ เฉพาะ Honda City , ใหม่ แฮทช์แบ็ก รุ่นย่อย e:HEV RS , ใหม่ สีเทา Urban Gray Pearl มาพร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) สีขาว Platinum White Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV SV) สีน้ำเงิน Brilliant Sporty Blue Metallic (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV SV และ e:HEV V) สีเทา Meteoroid Gray Metallic สีดำ Crystal Black Pearl สีขาว Taffeta White (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV V และ S) มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ และใหม่ ทางเลือกสีภายในห้องโดยสารสีเทา Platinum เฉพาะ Honda City รุ่นซีดาน รุ่นย่อย e:HEV SV สามารถเลือกจับคู่ได้กับสีภายนอกสีเทา Meteoroid Gray Metallic หรือสีดำ Crystal Black Pearl เท่านั้น

Honda City ใหม่ รุ่น e:HEV มี 3 รุ่นย่อย รุ่น RS แบบซีดาน 4 ประตู ราคา 739,000 บาท (ราคาปกติ 769,000 บาท) แบบแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ราคา 749,000 บาท (ราคาปกติ 779,000 บาท) e:HEV SV แบบซีดาน 4 ประตู ราคา 689,000 บาท (ราคาปกติ 719,000 บาท) แบบแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ราคา 699,000 บาท (ราคาปกติ 729,000 บาท) รุ่นย่อย e:HEV V รุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่ แบบซีดาน 4 ประตู ราคา 619,000 บาท (ราคาปกติ 649,000 บาท) แบบแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ราคา 629,000 บาท (ราคาปกติ 659,000 บาท) และ รุ่น VTEC TURBO 1 รุ่นย่อย รุ่น S ทางเลือกเริ่มต้นของไลน์อัพ เน้นสมรรถนะคล่องตัว แบบซีดาน 4 ประตู ราคา 569,000 บาท (ราคาปกติ 599,000 บาท) แบบแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ราคา 579,000 บาท (ราคาปกติ 599,000 บาท) เป็นราคาพิเศษช่วงเปิดตัว เมื่อจองระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ต.ค. 2569 (ปรับเป็นราคาปกติ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป)

ภาพรวม ฮอนด้า ซิตี้ เป็นรถเก๋งเล็กไฮบริด สมรรถนะการขับขี่รักษามาตรฐานฮอนด้าได้ดี ทั้งการขับขี่ในเมือง นอกเมือง ไม่เสียชื่ออดีตเคยเป็นผู้นำ ซ้ำยังมาพร้อมกับความประหยัดจากเทคโนโลยีไฮบริด ความนุ่มนวล ความเงียบในห้องโดยสาร โดยเฉพาะความกว้างขวางภายใน การปรับเบาะ โดยรวมคือความอเนกประสงค์ ฮอนด้าทำได้ดีในรถยนต์แทบทุกรุ่นอยู่แล้ว และครั้งนี้ ฮอนด้า ซิตี้ หันมาสู้เรื่องราคา ทำรุ่นไฮบริดใหม่รุ่นล่างสุด ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงไว้สำหรับรุ่น เบนซิน เทอร์โบ ขับสนุก คล่องตัว จึงเชื่อมั่นได้ว่า ฮอนด้า ซิตี้ น่าจะสร้างยอดขายได้ไม่น้อย ช่วยค่ายฮอนด้าประคองสถานการณ์สู้รถอีวีจากจีนได้อีกรุ่น

#นายพล#