ฮอนด้าส่ง ‘ซุปเปอร์-วัน’ อีวีเล็กทรงเหลี่ยม ‘บ็อกซี่’ บุก ราคา 9.9 แสน นำเข้าจากญี่ปุ่น

14.08.26 | 13:45 น.

ฮอนด้าส่ง ‘ซุปเปอร์-วัน’ อีวีเล็กทรงเหลี่ยม’บ็อกซี่’บุก ราคา 9.9 แสน นำเข้าจากญี่ปุ่น


เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวและประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda Super-ONE (ฮอนด้า ซุปเปอร์-วัน) ใหม่ 990,000 บาท รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น (CBU)

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)  จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว Honda Super-ONE ใหม่ ในประเทศไทย ไม่เพียงเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของฮอนด้าให้หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนการส่งมอบ ‘ความสนุกในการขับขี่’ (The Fun of Driving) ดีเอ็นเอสำคัญฮอนด้ายึดมั่นมาตลอด ดีไซน์ทรง Boxy (บ็อกซี่) เอกลักษณ์คาแรกเตอร์โดดเด่น และ BOOST Mode (บูสต์ โหมด) พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะรุ่น ปีนี้ Super-ONE จะจำหน่ายในประเทศไทย 30 คันเท่านั้น เชื่อว่าจะช่วยสร้างสีสันและมอบทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ที่มองหารถโดดเด่นและขับสนุกในแบบฉบับฮอนด้า

Advertisement

 

นายโคจิ อิวานามิ กล่าวว่า Honda Super-ONE ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก พัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series (เอ็นซีรีส์) สไตล์ Low & Wide (โลว์ แอนด์ ไวด์) ดีไซน์ทรงเหลี่ยมสไตล์ Boxy พร้อมโป่งล้อ คาแรกเตอร์แตกต่าง รองรับการขับขี่ 5 โหมด มาพร้อมไฮไลต์ BOOST Mode พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ผสานระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์และระบบ Active Sound Control (แอคทีฟ ซาวด์ คอนโทรล) สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริง เพิ่มฟีลลิ่งสปอร์ตทุกครั้งที่กดคันเร่ง ภายในห้องโดยสารพยายามออกแบบให้กว้างขวาง เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Bucket Seat (บัคเก็ต ซีท) ทรงสปอร์ตโอบกระชับ เบาะหลังแยกพับแบบ 50:50 พร้อมฟังก์ชันสะดวกสบาย เทคโนโลยีการขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัย ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING (ฮอนด้า เซนซิ่ง) ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน

สำหรับไฮไลต์ ดีไซน์ภายนอก โป่งล้อ (Blister Fenders) ช่วยเน้นสัดส่วนตัวรถแบบ Low & Wide ให้ดูมั่นคง ทรงพลัง , สเกิร์ตข้าง (Side Sill Garnish) เชื่อมต่อกับซุ้มล้อ เสริมเส้นสายด้านข้างให้ต่อเนื่อง เพิ่มความสปอร์ต , ช่องดักอากาศด้านล่าง (Tech Lower Intake) ลวดลายรูปทรง Heat Sink (ฮีท ซิงค์) พร้อมช่องรับอากาศบริเวณกระจังหน้า (Offset Power Bulge) และปีกหน้าด้านล่าง (Dynamic Aero Wing) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศ เพื่อระบายความร้อนของตัวรถ , ช่องระบายอากาศด้านหลัง (Rear Breather Duct) ออกแบบให้ช่วยนำอากาศจากด้านหน้าสู่ท้ายรถ ช่วยลดแรงต้านอากาศและเสริมสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์ , โลโก้ Honda ด้านท้ายแบบตัวอักษรแนวนอน ในโทนสี Platinum เพื่อเน้นความพรีเมียมและทันสมัย , ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์สไตล์สปอร์ตแบบ 8 ก้าน ถ่ายทอดแนวคิด Light & Tough ผสานความเบาและความแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกัน ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่กลางวันแบบ LED ไฟหน้าแบบ LED ทรงกลม ไฟท้ายแบบ LED ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ สปอยเลอร์หลัง

ภายในห้องโดยสาร สีทรีโทน ขาว/เทา/ฟ้า ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า สะท้อนบุคลิกความสนุก เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ต ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร บริเวณแผงคอนโซล จะเปลี่ยนโทนจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วงเมื่อเลือกโหมดการขับขี่ BOOST Mode เพื่อมอบความรู้สึกมีชีวิตชีวาและฟีลลิ่งเร้าใจ พวงมาลัยหุ้มหนังแท้คุณภาพสูง ตกแต่งด้วย Blue Stitching เดินด้ายเย็บตะเข็บด้วยด้ายสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน พร้อมฟังก์ชันการใช้งานเพื่อความสะดวก เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ Google Built-in

ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 8 ตำแหน่ง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วแบบ แอดวานซ์ ทัช รองรับ แอปเปิล คาร์เพลย์ และ แอนดรอยด์ ออโต้ แบบไร้สาย รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า Type-C 2 ตำแหน่ง กำลังไฟ 60W ระบบเชื่อมต่อ ฮอนด้า คอนเนคต์ เจเนอเรชันที่ 4 เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบทำความร้อน (Heater Front Seats) ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์

สมรรถนะแบบรถยนต์ไฟฟ้า มาพร้อมแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาพัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series การขับขี่คล่องตัว ผสานกับความกว้างของช่วงล้อและยางหน้ากว้างขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการควบคุมรถขณะเข้าโค้งและเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง

ให้กำลังสูงสุด 70 กิโลวัตต์ เมื่อใช้งาน บูสต์ โหมด แรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 29.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุด 253 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ภายใต้การทดสอบมาตรฐาน NEDC) ทำงานกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ เปลี่ยนเกียร์ได้เพียงกดปุ่มที่แผงเกียร์บริเวณคอนโซลกลาง รองรับ 5 โหมดการขับขี่ ได้แก่ ECON, CITY, NORMAL, SPORT และ BOOST เลือกได้ง่ายผ่านการดันขึ้น-ดึงลงสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode บริเวณคอนโซลกลาง ขณะที่โหมด BOOST ติดตั้งไว้บนพวงมาลัย

เทคโนโลยีการขับขี่ อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ดีไซน์ผสานความคลาสสิกและฟังก์ชัน แบ่งพื้นที่ด้านบนแสดงตำแหน่งเกียร์เสมือน (Simulated gear level display) แบ่งพื้นที่การแสดงข้อมูลการขับขี่เป็น 3 มาตรวัด (Triple Meter Design) ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB) ระบบ Auto Brake Hold

เทคโนโลยีความปลอดภัย ฮอนด้า เซนซิ่ง ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้าในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้ มีฟังก์ชันการทำงาน 6 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: LSF) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

เทคโนโลยีความปลอดภัยอื่น ๆ อาทิ เซนเซอร์กะระยะ หน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ถุงลมคู่หน้า ถุงลมด้านข้างคู่หน้า ม่านถุงลมด้านข้าง ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) ระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD) ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)

มาพร้อมทางเลือก อุปกรณ์ตกแต่ง ผ่านชุดแต่ง 2 สไตล์ BULLDOG Style บูสต์ความสนุกและดีไซน์อีกขั้น ด้วยแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณของ Honda City Turbo II ภายใต้แนวคิด “REIWA BULLDOG” ถ่ายทอดสู่ลุคแข็งแกร่ง โดดเด่น ในรูปแบบแพ็กเกจรอบคัน BULLDOG Full Package ราคา 110,000 บาท ประกอบด้วย สติกเกอร์ลาย BULLDOG บริเวณกันชนหน้า 1 ชิ้น บริเวณประตูรถข้างซ้ายและขวาจุดละ 1 ชิ้น และบริเวณท้ายรถด้านขวา 1 ชิ้น สติกเกอร์ลายเส้นคาดกลาง สีเทาต่อเนื่องตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า จนไปถึงหลังคา ล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว ME-027 4 วง (ไม่รวมยาง) สปอยเลอร์หลัง

หรือเลือกไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่ง มิกซ์แอนด์แมตช์ตามสไตล์ อาทิ ชุดสติกเกอร์ BULLDOG ราคา 20,000 บาท ประกอบด้วย สติกเกอร์ลาย BULLDOG บริเวณกันชนหน้า 1 ชิ้น บริเวณประตูรถข้างซ้ายและขวาจุดละ 1 ชิ้น และบริเวณท้ายรถด้านขวา 1 ชิ้น และสติกเกอร์ลายเส้นคาดกลาง สีเทาต่อเนื่องตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า หลังคา ไปจนถึงสปอยเลอร์ท้าย เสริมภาพลักษณ์สปอร์ต ชุดล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว ME-027 4 วง (ไม่รวมยาง) ราคา 70,000 บาท สปอยเลอร์หลัง ราคา 30,000 บาท

สไตล์ MUGEN สำนักแต่งระดับตำนานจากญี่ปุ่น ถ่ายทอด DNA แห่งมอเตอร์สปอร์ตสู่รถ EV ยุคใหม่ ผสานความดุดัน ความสปอร์ต ประกอบไปด้วยชุดตกแต่ง MUGEN รอบคัน 2 แพ็กเกจ ได้แก่

แพ็กเกจ MUGEN Car for Super-ONE Package ราคา 640,000 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้ายและขวา) สเกิร์ตหลัง สปอยเลอร์หลังคาร์บอน โป่งซุ้มล้อหน้า (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้ายและขวา) โป่งซุ้มล้อหลัง (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้ายและขวา) ฝาครอบกระจกมองข้างลายคาร์บอน (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้ายและขวา) สติกเกอร์ตกแต่งกระจังหน้า ล้อมูเกน FC5 พร้อมยาง 4 วง ฟิล์มเปลี่ยนสีรถพร้อมสติกเกอร์ดีไซน์ MUGEN ประกอบด้วย ฟิล์มเปลี่ยนสีรถ PET Glossy Metallic White สติกเกอร์ดีไซน์ MUGEN (บริเวณฝากระโปรง 2 ชิ้น คาดกระจกหน้า 1 ชิ้น ด้านข้างประตูซ้าย-ขวา ข้างละ 1 ชิ้น และกันชนหลัง 1 ชิ้น)

แพ็กเกจ MUGEN Aero Part Package ราคา 400,000 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้ายและขวา) สเกิร์ตหลัง สปอยเลอร์หลังคาร์บอน โป่งซุ้มล้อหน้า (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้ายและขวา) โป่งซุ้มล้อหลัง (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้ายและขวา) ฝาครอบกระจกมองข้างลายคาร์บอน (1 ชุด มี 2 ชิ้น สำหรับด้านซ้ายและขวา)
สติกเกอร์ตกแต่งกระจังหน้า

มีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือกตามสไตล์ อาทิ ชุดล้อ MUGEN FC5 พร้อมยาง 4 วง ราคา 150,000 บาท ล้ออะลูมิเนียมฟอร์จขนาด 16 นิ้ว 16×6.5 4H-100 +35 ดีไซน์ 5 ก้านออกแบบใหม่ ถ่ายทอดความแข็งแกร่งและดุดัน พร้อมยางสปอร์ตสมรรถนะสูง YOKOHAMA ADVAN Fleva V701 ขนาด 205/45 R16 ฟิล์มเปลี่ยนสีรถพร้อมสติกเกอร์ดีไซน์ MUGEN ราคา 100,000 บาท ประกอบด้วยฟิล์มเปลี่ยนสีรถ PET Glossy Metallic White และสติกเกอร์ดีไซน์มูเกน บริเวณฝากระโปรง 2 ชิ้น คาดกระจกหน้า 1 ชิ้น ด้านข้างประตูซ้าย-ขวา ข้างละ 1 ชิ้น และกันชนหลัง 1 ชิ้น สติกเกอร์ดีไซน์มูเกน ราคา 50,000 บาท ประกอบด้วย บริเวณฝากระโปรง 2 ชิ้น คาดกระจกหน้า 1 ชิ้น ด้านข้างประตูซ้าย-ขวา ข้างละ 1 ชิ้น และกันชนหลัง 1 ชิ้น

สีภายนอกใหม่ สีเทาลูมินัส (Luminous Gray) พร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) และสีภายในห้องโดยสารสีทรีโทน (ขาว/เทา/ฟ้า) ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า พร้อมทางเลือกอุปกรณ์ตกแต่ง BULLDOG และ MUGEN

Honda Super-ONE มีจำนวนจำกัด 30 คันในปีนี้ เปิดให้ลูกค้าชาวไทยลงทะเบียนรับสิทธิ์การจองอย่างเป็นทางการ วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 17.00 น. วันเดียว ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.honda.co.th/e-quotation เริ่มส่งมอบรถให้ลูกค้าตั้งแต่ พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

“การนำเข้า Honda Super-ONE สู่ตลาดประเทศไทยครั้งนี้ ฮอนด้าวางเป้าหมายสะท้อนอีกบทสำคัญในการขยายไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายขึ้น ยังเป็นก้าวสำคัญในการเรียนรู้และทำความเข้าใจความต้องการของตลาด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ใหม่ๆ ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต” นายโคจิ อิวานามิ กล่าว