หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ มิตซูฯฮึดสู้เ...

มิตซูฯฮึดสู้เปิด “ปาเจโร” ใหม่ ผลิตในไทยส่งขายญี่ปุ่น เครื่องดีเซล 2.4 ลิตร ดีไซน์แรงบันดาลใจจาก “เคนโด้”

2.09.26 | 14:11 น.

มิตซูฯฮึดสู้เปิด “ปาเจโร” ใหม่ ผลิตในไทยส่งไปขายญี่ปุ่น เครื่องดีเซล 2.4 ลิตร ดีไซน์แรงบันดาลใจจาก “เคนโด้”


เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี โฉมใหม่ครั้งแรกของโลกอย่างเป็นทางการที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ผลิตขึ้นที่ฐานการผลิตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย จะเริ่มเปิดตัวและวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นแห่งแรก ก่อนขยายไปญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ภายในปีงบประมาณ 2569 (ครอบคลุมตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ถึงเดือนมีนาคม 2570) และมีแผนเปิดตัวไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมตลาดในภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2525 ปาเจโรเป็นรถยนต์ครอสคันทรีขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) รวมสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดเข้ากับความสะดวกสบายแบบรถยนต์นั่ง สำหรับกลุ่มลูกค้าชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ปาเจโรทั้ง 4 รุ่น มียอดการผลิตกว่า 3.29 ล้านคัน ผู้ใช้งานในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก

Advertisement

ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ติดตั้งระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประสานการควบคุมการเร่ง การเข้าโค้ง และการเบรก ร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ระบบกันสะเทือนปรับจูน

Increase the illumination on the rear door area to better integrate it with the overall lighting conditions. Keep the lighting natural and consistent with the existing scene. Preserve the environment, sky, ground, shadows, reflections, vehicle angle, body color, design, proportions, camera perspective, and composition exactly as they are. No other changes.

ภาพรวมผลิตภัณฑ์ (ข้อมูลจำเพาะและฟีเจอร์อาจแตกต่างกันตามรุ่นย่อยและ/หรือตลาดที่จำหน่าย)

การออกแบบภายนอก เน้นเส้นสายแนวนอนจากปาเจโรรุ่นแรกให้ร่วมสมัยขึ้น ซุ้มล้อขนาดใหญ่ ด้านหน้าถ่ายทอดความแข็งแกร่งจากภายในผ่านแรงบันดาลใจจาก “เคนโด้” (Kendo) ศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับวินัย ความมุ่งมั่น และความแข็งแกร่งของจิตใจ นำเสนอทางเลือกกระจังหน้า 2 รูปแบบ ได้แก่ กระจังหน้าแบบซี่แนวนอน และกระจังหน้าลายรังผึ้ง ทั้งสองรูปแบบไฟหน้ารูปทรงตัว T เสา C ได้รับแรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของปาเจโร รุ่นแรก รวมถึงโครงสร้างทรงหกเหลี่ยม (Hexagonal Motif) ได้แรงบันดาลใจจากตำแหน่งยางอะไหล่ท้ายรถรุ่นก่อนหน้า

ภายในห้องโดยสารนำแผงหน้าจอแนวนอนบริเวณคอนโซลหน้าจากปาเจโรรุ่นแรกมาปรับใช้ใหม่ ผสานฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับห้องโดยสาร แผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Display) เชื่อมต่อหน้าจอขนาด 14.3 นิ้ว4 จำนวน 2 หน้า พร้อมภาพกราฟิกบนจอ หน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) นำชุดมาตรวัดสามส่วนในตำนานมาปรับโฉมให้เข้ากับยุคปัจจุบัน

วัสดุพื้นผิวใช้เทคนิคงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นเรียกว่า “คิเมะโคมิ” (Kimekomi) บนหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง ฝังวัสดุให้แนบลึกไปกับพื้นผิว ช่วยเพิ่มความทนทานและรักษารูปทรงได้ดี แผงประตูยังตกแต่งด้วยตะเข็บรูปตัว S เป็นงานต้องอาศัยทักษะ ความประณีตสูง และการเย็บแม่นยำตามแนวโค้งซับซ้อน เพื่อต้องการสะท้อนถึงฝีมือและความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือญี่ปุ่น

มีสีไฮไลต์ 2 เฉดสี ได้แก่ สีอาร์เมอร์ คอปเปอร์ (Armor Copper) ถ่ายทอดความรู้สึกหนักแน่นและแข็งแกร่งดุจโลหะชิ้นใหญ่ และสีแฟนทอม บลู (Phantom Blue) สีฟ้าอมเทาให้ความรู้สึกสง่างามและมั่นคง เสริมความโดดเด่นด้วยประกายสีทอง

ห้องโดยสาเลือกใช้โทนสีน้ำตาลคาเมล (Camel) ช่วยยกระดับภาพลักษณ์พรีเมียม ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเฉดสีตามธรรมชาติของวัสดุแท้ อีกทั้งยังช่วยพรางร่องรอยจากการใช้งานในชีวิตประจำวันให้สังเกตเห็นได้ยากขึ้น จับคู่กับโทนสีดำ

มีระบบอินโฟเทนเมนต์ แผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Display) เชื่อมหน้าจอระบบสัมผัสและหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 14.3 นิ้ว ออกแบบเอฟเฟกต์ภาพแตกต่างกันในแต่ละโหมดการขับขี่ หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (Meter Display) ธีมภาพพื้นหลังถึง 16 แบบ ปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาของวันได้แบบเรียลไทม์ ดีไซน์มาตรวัด 3 ช่องจากรุ่นก่อนหน้านำมาตีความใหม่เป็นหน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) แสดงผลข้อมูลการขับขี่ ระดับความสูง ทิศทางการเดินทาง อุณหภูมิ หน้าจอแสดงผลระดับความชันและความเอียง สถานะการทำงานของระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ช่วยประเมินสถานะและสภาวะการขับขี่ ระบบเครื่องเสียงเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน (Smartphone-link Display Audio) รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายเข้าถึงระบบแผนที่นำทาง แอปพลิเคชันฟังเพลง และอื่น ๆ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ยกระดับระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส การทำงานประสานกันระหว่างเครื่องยนต์ดีเซล โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) แกร่งและทนทาน ระบบกันสะเทือนพัฒนาพิเศษเพื่อช่วยรักษาหน้ายางให้สัมผัสพื้นผิวเหมาะสม

เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร พัฒนาพิเศษ พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT) แรงบิดสูงสุดถึง 480 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด (8AT) พร้อมโหมดสปอร์ต ปรับปรุงใหม่

โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ต่อยอดจากการแข่งขันแรลลี่ตลอดหลายทศวรรษ ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระแบบปีกนกสองชั้นทำงานร่วมกับระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบคานแข็ง 5-Link พัฒนาขึ้นใหม่ ช่วยให้ล้อสัมผัสพื้นถนนได้มั่นคง

ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อมระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะกับสภาพเส้นทางได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H (ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง) 4H (ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์) 4HLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง) และ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดต่ำ) เสริมสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด

นอกเหนือจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) ยังทำงานร่วมกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ควบคุมการกระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้ายและขวาผ่านการทำงานของเบรกคู่หน้า ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Active Stability and Traction Control – ASTC) ช่วยกระจายแรงขับเพื่อคงเสถียรภาพบนพื้นผิวที่ลื่น และระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (Anti-lock Braking System – ABS) ช่วยป้องกันล้อล็อกและการลื่นไถลขณะเบรก ระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) จะประมวลผลและปรับสมดุลแรงขับเคลื่อนและแรงเบรกของล้อทั้ง 4 อย่างเหมาะสมตามการควบคุมของผู้ขับขี่และสภาพพื้นผิวถนน

มีโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock ปรับให้เหมาะกับสภาพเส้นทางแตกต่างกัน จานเบรกขนาดใหญ่ 18 นิ้ว และหม้อลมเบรกไฟฟ้า

มิติตัวรถ มีความยาว 4,920 มิลลิเมตร กว้าง 1,925 มิลลิเมตร และสูง 1,910 มิลลิเมตร (สำหรับรถยนต์ติดตั้งยางขนาด 20 นิ้ว) พร้อมความกว้างช่วงล้อหน้าและหลัง 1,630 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร ตัวรถระยะต่ำสุดถึงพื้น 230 มิลลิเมตร ควบคู่กับมุมไต่ 30.4 องศา (สำหรับรถยนต์ติดตั้งยางขนาด 20 นิ้ว) มุมคร่อม 22.6 องศา และมุมจาก 25.8 องศา กระจายน้ำหนักด้านหน้าและด้านหลังอัตราส่วน 52:48 โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม ทำงานประสานกับช่วงล่างมีระยะช่วงยุบ-ยืดสูง ช่วยให้ล้อยึดเกาะพื้นผิว

ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะนั่งคนขับจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งสูงขึ้น เพื่อเพิ่มมุมมองการมองเห็นและช่วยให้กะระยะตัวรถได้ง่ายขึ้น เบาะนั่งแถวสองเลื่อนได้ 150 มิลลิเมตร พร้อมกลไกพับเบาะจังหวะเดียว ช่วยเพิ่มความสะดวกเข้า-ออกเบาะนั่งแถวสาม พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน แยกอิสระแต่ละโซน

เทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ประกอบด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation – FCM) ตรวจจับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ พร้อมระบบช่วยเบรกขณะเลี้ยวผ่านทางแยก ระบบคาดการณ์และเตือนการชนด้านหน้าตรง (Predictive Forward Collision Warning – PFCW) ระบบช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด (Emergency Assist for Pedal Misapplication – EAPM) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Emergency Lane Assist – ELA) ติดตั้งเป็นครั้งแรกใน ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ใช้กล้องด้านหน้าและเรดาร์ตรวจจับเส้นแบ่งช่องจราจรและยานพาหนะโดยรอบ พร้อมส่งสัญญาณเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อระบบตรวจพบความเสี่ยงรถจะออกนอกเลน ระบบเตือนด้านหน้าขณะถอยออกจากช่องจอด (Front Cross Traffic Alert – FCTA) ตรวจจับรถมาจากด้านใดด้านหนึ่งบริเวณทางแยก พร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่ ช่วยลดความเสี่ยงชนกับรถวิ่งตัดผ่านด้านหน้า

มี MI-PILOT ระบบช่วยเหลือการขับขี่บนทางหลวงแบบเลนเดียว ทำงานร่วมกับระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control – ACC) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist – LKA) เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า ประคองรถให้อยู่กึ่งกลางช่องทางบนทางหลวง ลดภาระและความเหนื่อยล้าติดตั้งถุงลม 8 ตำแหน่ง รวมถึงถุงลม SRS ตรงกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้าเป็นครั้งแรก มีเทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา กล้องมองภาพรอบคันแบบ 3 มิติ เป็นการรวมภาพจากกล้อง 4 ตัว ติดตั้งรอบตัวรถ เข้ากับภาพจำลอง 3 มิติของตัวรถ เพื่อแสดงสภาพแวดล้อมรอบด้าน ประมวลผลภาพด้วยความเร็วประมาณ 30 เฟรมต่อวินาที แสดงผลแบบเรียลไทม์

 

กล้องรอบคันแบบ 3 มิติ มาพร้อมฟีเจอร์แสดงภาพใต้ท้องรถด้านหน้า ช่วยให้มองเห็นสภาพพื้นผิวถนนบริเวณใต้ท้องรถและด้านหน้ารถ พื้นที่อับสายตาจากตำแหน่งผู้ขับขี่ จะแสดงผลขึ้นอัตโนมัติเมื่อเลือกใช้โหมดขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4HLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง) หรือ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดต่ำ) สามารถเปิดใช้งานด้วยตัวเองได้ตลอดเวลา

มีเทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะ MITSUBISHI CONNECT บริการเชื่อมต่อหลากหลาย อาทิ การควบคุมระบบปรับอากาศและตรวจสอบสถานะของตัวรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน รวมถึงฟังก์ชัน SOS Call เชื่อมต่อผู้โดยสารไปยังศูนย์ปฏิบัติการเพื่อรับความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ท่วงที

เครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พัฒนาร่วมกับยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น ลำโพง 12 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์ 2 ชุด พร้อมเทคโนโลยีชดเชยเสียงรบกวนช่วยปรับระดับความดังและการจูนเสียงอัตโนมัติตามความเร็วของตัวรถ