ฮุนได สตาเรีย ไฮบริด มาแล้ว ครั้งแรกในไทย ต่อยอดจาก H-1 ประตูสไลด์ 2 ด้าน 11 ที่นั่ง ราคาเริ่ม 2,099,000 บาท

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ MPV (Multi-Purpose Vehicle) รถคล้ายรถตู้ กว้าง รองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ The new STARIA Hybrid ( สตาเรีย ไฮบริด ใหม่) 11 ที่นั่ง ครั้งแรก หนึ่งเดียวในตลาดไทย มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Hybrid

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ฮุนไดได้สร้างฐานลูกค้าและความเชื่อมั่นในตลาดรถยนต์ MPV ของประเทศไทยผ่าน Hyundai H-1 ได้รับการยอมรับจากทั้งกลุ่มครอบครัวและผู้ประกอบการ ด้วยจุดเด่นด้านพื้นที่ ความอเนกประสงค์ และความสะดวกสบาย เราได้เรียนรู้จาก H-1 คือ ลูกค้าชาวไทยให้ความสำคัญกับรถใช้งานได้จริง ตอบโจทย์ชีวิตในหลายรูปแบบ เราได้นำความเข้าใจนี้มาต่อยอดสู่ STARIA พร้อมให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เทคโนโลยี และความสามารถในการรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น”

“The new STARIA Hybrid เป็นการต่อยอดความแข็งแกร่งของฮุนไดในตลาด MPV ด้วยการนำจุดเด่นของ STARIA Diesel ลูกค้าคุ้นเคย ทั้ง ห้องโดยสารกว้างขวาง 11 ที่นั่ง มอบความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์ ด้วยเบาะที่นั่ง Premium Comfort Seat และพนักพิงศีรษะดีไซน์ใหม่ สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 ผสานกับระบบขับเคลื่อน Hybrid ให้ทั้งสมรรถนะแรง แต่ประหยัดน้ำมัน พร้อมเทคโนโลยี Hyundai Bluelink แอปพลิเคชัน และเทคโนโลยีช่วยขับขี่ และความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเลือกระหว่างรถรองรับสมาชิกได้ครบ รถขับสบาย หรือรถช่วยเพิ่มความคุ้มค่าการใช้งาน เพราะรวมทุกคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ในรถคันเดียว รองรับทั้งการเดินทางของครอบครัว ทริประยะไกล และการใช้งานเพื่อธุรกิจ”

The new STARIA Hybrid ยกระดับสมรรถนะของรถ MPV ขนาดใหญ่ ด้วยระบบขับเคลื่อน Turbo Hybrid (เทอร์โบ ไฮบริด) ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร T-GDI Turbo กำลังสูงสุด 178 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 72 แรงม้า และแบตเตอรี่ไฮบริดขนาด 1.49 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 1,000–4,100 รอบต่อนาที ส่งกำลังสู่ล้อหน้า อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 17.2 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐาน NEDC ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut ด้านหลังแบบ Multi-link พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ห้องโดยสารขนาดใหญ่ รองรับผู้โดยสาร 11 ที่นั่ง บนตัวถังยาว 5,253 มม. กว้าง 1,997 มม. สูง 1,990 มม. และระยะฐานล้อยาว 3,273 มม. Smart Power Sliding Door ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองด้าน ช่วยให้การขึ้น-ลงรถง่ายขึ้น และ Smart Power Tailgate จัดการสัมภาระได้สะดวก ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกการควบคุมด้านหน้าและด้านหลัง ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เบาะคนขับปรับไฟฟ้าพร้อมระบบดันหลัง พร้อมจุดยึดเบาะเด็กแบบ ISOFIX 4 จุด ระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ Shift-by-Wire และเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว

หน้าจอสัมผัส อินโฟเทนเมนท์ ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ ไวร์เลส แอปเปิล คาร์เพลย์ และ แอนดรอยด์ ออโต พร้อม ฮุนได บลูลิงก์ สำหรับเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน ช่องชาร์จ ยูเอสบี ไทพ์-ซี จำนวน 7 จุด พร้อม Surround View Monitor กล้องมองภาพรอบทิศทาง และเซนเซอร์กะระยะด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังอุปกรณ์ด้านความสะดวกและความบันเทิง เช่น Wireless Charger และระบบเครื่องเสียงพรีเมียม BOSE พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

e-Motion Drive เทคโนโลยีประสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและ อีซียู เพื่อยกระดับความนุ่มนวลในการโดยสาร ความแม่นยำการควบคุม และเสถียรภาพของตัวรถ ผ่านระบบ e-Ride ช่วยลดการสั่นและการโยนตัว, e-Handling ช่วยเพิ่มความแม่นยำขณะเข้าโค้ง, e-EHA เสริมการควบคุมในจังหวะหักหลบ และ e-Traction ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและรักษาเสถียรภาพของรถ

Hyundai Smart Sense เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะ 15 ระบบ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การใช้งานในเมือง การเดินทางระยะไกล การควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ไปจนถึงการเปลี่ยนเลนและการถอยรถ มีระบบสำคัญ อาทิ Smart Cruise Control with Stop & Go (SCC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go, Forward Collision-Avoidance Assist (FCA) ระบบเตือนและช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, Forward Collision-Avoidance Assist with Junction Turning (FCA-JT) ระบบช่วยลดความเสี่ยงขณะเลี้ยวผ่านทางแยก รวมถึง Lane Keeping Assist (LKA) และ Lane Following Assist (LFA) ช่วยสนับสนุนการควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางอย่างเหมาะสม

เสริมการดูแลรอบคันด้วย Blind-Spot Collision-Avoidance Assist (BCA) ระบบเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถในจุดอับสายตา, Blind-Spot View Monitor (BVM) ระบบแสดงภาพบริเวณจุดอับสายตา และ Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist (RCCA) ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ พร้อม High Beam Assist, Safe Exit Assist, Driver Attention Warning, Leading Vehicle Departure Alert, Manual Speed Limit Assist และ Rear Occupant Alert นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยพื้นฐานอย่าง ABS, Electronic Stability Control, Hill-start Assist Control, Multi-Collision Braking, Crosswind Stability Control และระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง TPMS เพื่อเสริมความมั่นคงและความอุ่นใจตลอดทุกการเดินทาง

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว The new STARIA Hybrid ริเริ่มมาจากความเข้าใจลูกค้าต้องการรถพร้อมรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เพื่อบรรลุภารกิจสำคัญแต่ละวัน กลุ่มเป้าหมายครอบครัวใหญ่ สมาชิกหลากหลายเจเนอเรชัน สามารถขับเคลื่อนความสุขของสมาชิกในครอบครัวไปพร้อมกันได้ในรถคันเดียว มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Hyundai new STARIA Hybrid รุ่น Modern ราคา 2,099,000 บาท และ Hyundai new STARIA Hybrid รุ่น Premium ราคา 2,399,000 บาท พร้อมสีภายนอก Creamy White และ Abyss Black Pearl รวมถึงสีใหม่ Galaxy Maroon Pearl เฉพาะรุ่น Premium จับคู่กับห้องโดยสารสี Obsidian Black เพื่อเติมเต็มทางเลือกให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานและสไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

