บีวายดี เปิด เดนซ่า ดี9 ใหม่ เบลดแบตฯ เจน 2 แฟลชชาร์จ เติมไฟใน 9 นาที ราคา 2.2-2.6 ล. มีทอน

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD (บีวายดี) และ DENZA (เดนซ่า) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดตัว รถ Large MPV (ลาร์จ-เอ็มพีวี รถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่) NEW DENZA D9 (เดนซ่า ดี9 ใหม่) มาพร้อมนวัตกรรม BYD 2nd Generation Blade Battery ( เบลด แบตเตอรี่ เจเนอเรชั่น 2 ของบีวายดี ) และ BYD FLASH TECHNOLOGY (บีวายดี แฟลช เทคโนโลยี) รองรับการชาร์จจาก 10–97% ภายในเวลา 9 นาที

มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Extended ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้กำลังสูงสุด 340 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 365 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.5 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 730 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC และรุ่น Performance AWD ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ให้กำลังสูงสุด 410 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 445 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.3 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุด 650 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ทั้งสองรุ่นมาพร้อม BYD 2nd Generation Blade Battery ขนาด 115 kWh สถาปัตยกรรม 1000V BYD FLASH TECHNOLOGY และช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C Dual-Valve

ภายในห้องโดยสาร จัดวางเบาะ 7 ที่นั่งแบบ 2-2-3 รุ่น Performance AWD เบาะหนังแท้ Nappa ตกแต่งด้วยไม้แท้ วัสดุบุเพดานหนังกลับ รุ่น Extended มาพร้อมเบาะแถวที่ 2 แบบ Zero Gravity ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบนวด 10 จุด รุ่น Performance AWD เป็นเบาะ Air SPA Zero-Gravity ปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง พร้อมจุดนวด 16 จุด เบาะแถวที่ 3 ของทั้งสองรุ่นปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางและพับไฟฟ้า มีระบบอุ่นและระบายอากาศในที่นั่งแถว 3 รุ่น Performance AWD เพิ่มระบบอุ่นและระบายอากาศ มาพร้อมหน้าจอมัลติมีเดียสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 ขนาด 12.8 นิ้ว จำนวน 2 จอ พร้อม HD Webcam พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขยายได้ 2,436 ลิตร รวมช่องเก็บของใต้พื้น 126 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว ได้ 7 ใบ

เทคโนโลยี BYD 2nd Generation Blade Battery ความจุ 115 kWh บนสถาปัตยกรรม 1000V รองรับ BYD FLASH TECHNOLOGY (บีวายดี แฟลช เทคโนโลยี) สามารถชาร์จไฟจาก 10% ถึง 70% ในเวลา 5 นาที และจาก 10% ถึง 97% ภายในเวลา 9 นาที ช่วงล่างอัจฉริยะแบบวาล์วคู่ DiSus-C Dual-Valve ช่วยทั้งความนุ่มนวลและเสถียรภาพการขับขี่ ลดอาการโคลงขณะเข้าโค้งลง 22% และลดอาการหน้าเชิด-ท้ายยุบลง 24%

เทคโนโลยีความสะดวกสบายและความปลอดภัย หน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดียขนาด 15.6 นิ้ว ระบบเสียง Devialet พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง ระบบสั่งงานด้วยเสียงอิสระ 6 โซน พร้อม Google Built-in แท่นชาร์จไร้สาย 50W 4 จุด ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง ระบบ ADAS พร้อมระบบช่วยแจ้งเตือนอันตรายจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ (DMS) รุ่น Performance AWD เพิ่มอุปกรณ์ล้ำสมัย อาทิ W-HUD ขนาด 12 นิ้ว กระจกมองหลังแบบ Streaming Rearview Mirror และระบบ AR Projection สำหรับเปิดประตูสไลด์ไฟฟ้าและฝาท้ายอัตโนมัติ มีระบบ Denza Digital Key เปลี่ยนสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์รองรับ ให้เป็นกุญแจดิจิทัลสำหรับล็อกและปลดล็อกตัวรถได้ง่าย พร้อมทางเลือกการเข้าถึงรถรวม 7 รูปแบบ ตั้งแต่ Smart Key, Micro Switch, NFC Key Card และการสั่งงานระยะไกลผ่าน BYD App ไปจนถึงกุญแจแบบดอก (Mechanical Key) สำหรับกรณีฉุกเฉิน

ดีไซน์ภายนอก ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านแนวคิดการออกแบบด้านหน้า ไพ-โมชั่น เสริมด้วยไฟท้าย LED รูปทรงลูกศรและเส้นสายด้านข้าง ได้แรงบันดาลใจจากดาวตก ตัวรถมาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้าสองด้าน มีสีภายนอก ได้แก่ Whale Sea Blue, Arctic White, Quantum Black และ Titanium Grey

ในรุ่น Extended เพิ่มระบบกันสะเทือนอัจฉริยะ DiSus-C แบบวาล์วคู่ (Dual-Valve) ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติเมื่อมีรถผ่านทางแยกด้านหน้า (FCTA และ FCTB) รวมถึงระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) ขณะที่รุ่น Performance AWD เพิ่มสมรรถนะและฟังก์ชันอำนวยความสะดวกเฉพาะด้าน อาทิ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.3 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุด 650 กิโลเมตร (NEDC) เบาะนั่งแถวที่ 2 แบบ Air SPA Zero-Gravity พร้อมระบบนวด 16 จุด ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะนั่งแถวที่ 3 หน้าจอมัลติมีเดียสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 ขนาด 12.8 นิ้ว พร้อมกล้องเว็บแคม และระบบ AR-Projection สำหรับเปิด-ปิดประตูสไลด์ไฟฟ้าและฝาท้ายอัตโนมัติ

มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Premium (FWD) ราคาจำหน่ายปี 2569 ราคา 2,199,900 บาท และ รุ่น Performance AWD ราคาจำหน่ายปี 2569 ราคา 2,599,900 บาท เป็นข้อเสนอราคาพิเศษสำหรับลูกค้ารับรถภายในปี 2569 ก่อนปรับราคาจำหน่ายขึ้นในปี 2570 ตามโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ หากเป็นรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปทั้งคันจะถูกเก็บในอัตรา 35%

นายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ราคาเดนซ่า ดี9 ใหม่ สำหรับลูกค้ารับรถภายในปีนี้เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป ราคารถจะปรับตามอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ทั้งรุ่นเก่าและใหม่ หากลูกค้าสนใจสามารถซื้อได้ตอนนี้ และสต็อกมีจำกัด เหลือไม่เยอะ ส่วนความกังวลเรื่อง เทคโนโลยี แฟลชชาร์จ ใหม่ จะสามารถทนต่ออุณหภูมิสูง จะส่งผลต่อการชาร์จหรือไม่นั้น ประเทศไทยเป็นตลาดรถยนต์อุณหภูมิสูง 30 ขึ้นไป แต่แบตเตอรี่ชอบอุณหภูมิแบบนี้ แบตเตอรี่จะกลัวอุณหภูมิต่ำลบ 30 องศา แต่หากเกิดขึ้นจริงในบางประเทศ ก็แค่เสียเวลาชาร์จเพิ่มอีก 3 นาทีเท่านั้น แบตเตอรี่รุ่นนี้เป็นเจน 2 เพิ่งเริ่มเข้ามาทำตลาดเมืองไทย หลังจากเปิดตัวในรถบางรุ่นในประเทศจีนและในยุโรปไปแล้ว เรื่องแฟลชชาร์จจะแถลงอีกที

” อย่างไรก็ตามแม้ว่าจุดให้บริการแฟลชชาร์จยังเพิ่งเริ่ม แต่ไม่ว่าจะมีแฟลชชาร์จหรือไม่ แต่แบตเตอรี่รุ่นใหม่ ชาร์จจากระบบไหนก็เร็ว และขณะนี้ยอดบีวายดีส่งมอบรถให้ลูกค้าทั่วโลก 4.9 แสนคัน ยังมียอดจอง รอการส่งมอบอยู่อีกมาก เราพยายามมากใช้พลังทุกทาง เพื่อขอรถจากบริษัทแม่มาให้ได้มากที่สุด เพราะปีหน้าภาษีขึ้น เราก็จำเป็นต้องขึ้นราคา ตอนนี้เมืองจีนและที่อื่นก็ขาดสต็อกอยู่เช่นกัน” เบนสัน เคอ กล่าว

ด้าน นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดเผยว่า สำหรับเทคโนโลยี แฟลชชาร์จ เราตั้งใจให้กระจายจุดชาร์จให้ครอบคลุมทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด จะมีการแถลงข่าวเรื่องนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้งในเร็วๆ นี้ และจะเป็นการลงทุนที่สำคัญอีกครั้ง แต่ตอนนี้ ยังไม่ถึงเวลาเป็นรูปร่าง ส่วนผลกระทบกรณีรัฐบาลขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน ทางเรเว่และบีวายดีอยู่ระหว่างหารือร่วมกันปรับแผนการทำงาน จะพิจารณาว่าจะนำรถรุ่นอะไร เทคโนโลยีอะไร เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เป็นผลกระทบภายในจากสถานการณ์เปลี่ยนไป
“เราจะนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเร็วที่สุด เรากำลังคุยกันว่าจะปรับอย่างไร คุยกันมาสักพักแล้ว กำลังการผลิตโรงงานในประเทศไทยเรามี 1 แสนคันต่อปี ตอนนี้ยังไม่เต็มศักยภาพการผลิต จึงต้องพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป” นายประธานวงศ์ กล่าว

ข่าวแจ้งว่า เทคโนโลยีชาร์จเร็ว BYD Flash Technology ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ BYD Blade รุ่นที่ 2 และสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 1000V ชาร์จ 10-70% ใน 5 นาที และ 10-97% ใน 9 นาที มีการเปิดตัวและรองรับในรถยนต์รุ่นต่าง ๆ นอกจากเปิดตัวในประเทศไทย New Denza D9 รุ่น Extended และ Performance AWD แล้ว ก่อนหน้านี้เริ่มเปิดตัวแห่งแรกที่ประเทศจีน ประมาณเดือนมีนาคม 2569 มีรถยนต์หลายรุ่นรองรับ เช่น Yangwang U7, Denza N9, Fangchengbao Tai 3, Seal 07 EV, Datang, Sealion 06, Song Ultra, Fangchengbao Ti7 และ Denza Z9 GTและยังมีประเทศแถบยุโรป รุ่น BYD Atto 8 เปิดตัวในงาน Paris Motor Show 2026 มีแผนวางขายช่วงต้นปี 2027

