
นายไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดตัวยนตรกรรม 7 รุ่นใหม่ นำโดย อี-คลาส (E-Class) เจเนอเรชั่นที่ 10 ยนตรกรรมซีดานอัจฉริยะ เอส500 อี (S 500 e) และ ซี 350 อี (C 350 e) รถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอิน-ไฮบริด รุ่นประกอบในประเทศ ซี-คลาส คูเป้ (C-Class Coupe) ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ต คูเป้ เจเนอเรชั่น ล่าสุด จีแอลเอส (GLS) เอสยูวี ระดับเอส-คลาส เข้ามาเติมเต็มรถยนต์ตระกูลเอสยูวีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และสองยนตรกรรมจากค่าย เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี (Mercedes-AMG) ได้แก่ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เอ 45 (Mercedes-AMG A 45) และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซี 63 เอสคูเป้ (Mercedes-AMG C 63 S Coupe) เสริมทัพด้วย เดอะ นิว วีโต้ คอนเซ็ปต์ (The New Vito Concept) และรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อีกกว่า 30 รุ่นมาจัดแสดงในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 37 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2559

นายเกรเว่กล่าวว่า ในปี 2559 นี้ บริษัทมีแนวทางการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ เดอะ เบสต์ (THE BEST) เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในวันนี้และวันข้างหน้า ดังนั้น การนำเสนอรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในงานนี้ บริษัทจึงนำสุดยอดยนตรกรรมมาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์ทันสมัยครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่
“ไฮไลต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 คือ การเปิดตัว อี-คลาส เจเนอเรชั่นที่ 10 ตลอดเวลาที่ผ่านมารถตระกูลอี-คลาส เป็นหัวใจของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพราะได้สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับกลุ่มรถยนต์สำหรับนักธุรกิจอยู่เสมอ และยังคงสานต่อแนวคิดดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง จึงมาพร้อมกับรูปลักษณ์โดดเด่นและนำเสนอเทคโนโลยียนตรกรรมใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกของโลก ยกระดับแนวคิดการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติไปอีกขั้น

สำหรับ อี-คลาส มีเทคโนโลยีต่างๆ ช่วยให้การขับขี่และโดยสารมีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบไฟหน้า มัลติบีม แอลอีดี (MULTIBEAM LED) แบบความละเอียดสูง รวมถึงระบบแอ๊กทีฟ ไลต์ (Active Light) ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเป็นครั้งแรกของโลก มีให้เลือกสรร 2 ดีไซน์ คือ อี 220 ดี เอ็กซ์คลูซีฟ (E 220 d Exclusive) และอี 220 ดี เอเอ็มจี ไดนามิก (E 220 d AMG Dynamic) รูปลักษณ์ด้านหลังของตัวรถออกแบบให้ซุ้มล้อหลังดูกว้างกว่าซุ้มล้อหน้า เพื่อแสดงเอกลักษณ์ของสมาชิกใหม่ในกลุ่มรถซาลูนของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมติดตั้งโคมไฟท้ายแบบชิ้นเดียว ด้านในโคมแบ่งออกเป็นสองส่วน ทำให้มีรูปลักษณ์ดูมีระดับ ดีไซน์ภายใน เบาะที่นั่ง ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถตระกูลนี้ สำหรับรุ่น เอเอ็มจี ไดนามิก มาพร้อมกับชุดหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอ นับเป็นครั้งแรกของรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้ นอกจากนี้ยังมีระบบไฟในห้องโดยสารปรับสีได้ 64 สี

เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบพัฒนาขึ้นใหม่ และระบบเกียร์อัตโนมัติชุดใหม่ ไนน์จี-ทรอนิก (9G-TRONIC) ช่วยให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยง จากการทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลง ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับโครงสร้างรถพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ และมีน้ำหนักเบาลงส่งผลให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำเพียง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 102 กรัม/กิโลเมตร
รุ่น E 220 d Exclusive เครื่องดีเซล 4 สูบ ขนาด 1950 ซีซี กำลังสูงสุด 194 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 แรงม้าที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อ ชม. ใช้เวลา 7.3 วินาที ราคา 3,990,000 บาท
ส่วนรุ่น E 220 d AMG Dynamic เครื่องดีเซล 4 สูบ ขนาด 1950 ซีซี กำลังสูงสุด 194 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อ ชม.ใช้เวลา 7.3 วินาที ราคา 4,790,000 บาท

