หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ ภารกิจพิชิตรอ...

ภารกิจพิชิตรอบโลก กับ’ฟอร์ด โมเดลที’

5.04.16 | 21:01 น.

การขับรถเดินทางรอบโลกนับเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ และยิ่งต้องขับรถฟอร์ด โมเดลที ด้วยแล้ว ยิ่งท้าทายมากขึ้นไปอีก แต่นี่คือสิ่งที่เดิร์กและทรูดี้ เร็กเตอร์ คู่สามีภรรยาจากเนเธอร์แลนด์พยายามจะทำให้สำเร็จ โดยสองสามีภรรยาผู้กล้าหาญคู่นี้ได้เดินทางด้วยรถฟอร์ด โมเดลทีไปราว 80,000 กิโลเมตร (50,000 ไมล์) และได้รับเงินบริจาคจากผู้คนที่พบปะเพื่อนำไปช่วยเหลือโครงการต่างๆ มากมายที่จัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิเด็กเอส โอ เอส สากล

คู่สามีภรรยาเร็กเตอร์เริ่มการเดินทางอันแสนยิ่งใหญ่นี้ในช่วงฤดูร้อนปี 2012 ทั้งคู่ออกเดินทางครั้งแรกด้วยระยะทาง 22,000 กิโลเมตร (14,000 ไมล์) ในเวลา 180 วัน มีจุดเริ่มต้นที่เมืองอีดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ บ้านเกิดของพวกเขาและออกเดินทางสู่เมืองเคปทาวน์ในประเทศแอฟริกาใต้

ต่อมาในปี 2013 เดิร์กและทรูดี้ได้ออกเดินทางไปพิชิตประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยได้เดินทางข้าม 22 รัฐ ด้วยระยะทาง 28,000 กิโลเมตร (17,000 ไมล์) ภายใน 180 วัน และในปี 2014 พวกเขาได้เดินทางอีกครั้งด้วยระยะทาง 26,000 กิโลเมตร (16,000 ไมล์) ในแถบอเมริกาใต้ด้วยระยะเวลา 180 วันเช่นเดียวกัน

ระหว่างการเดินทางท่องโลกของทั้งคู่ มีเรื่องราวไม่คาดฝันเกิดขึ้น ขณะทั้งคู่ออกผจญภัยไปยังประเทศเบลเยียมในปี 2014 รถฟอร์ด โมเดลที ถูกรถบรรทุกชนบนทางด่วน ทำให้รถฟอร์ด โมเดลที ได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่โชคดีทั้งสองรอดพ้นอันตรายจากอุบัติเหตุครั้งนั้นมาได้ แต่ถึงอย่างนั้น ทั้งคู่ยังคงวางแผนจะเดินทางต่อไปยังประเทศนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และอินเดียและจะข้ามเทือกเขาหิมาลัยไปยังประเทศจีน มองโกเลีย และเดินทางกลับประเทศเนเธอร์แลนด์ผ่านเส้นทางแถบยุโรปกลาง ในปี 2016 นี้ และปีหน้ารถยนต์ผู้พิชิตการเดินทางรอบโลก

Advertisement

การเดินทางรอบโลกด้วยรถฟอร์ด โมเดลที อายุร่วม 100 ปี ต้องอาศัยความทุ่มเทอย่างมาก แต่ด้วยความที่รถยนต์รุ่นวินเทจมีความแข็งแกร่ง มาพร้อมการออกแบบเรียบง่ายจึงช่วยให้ขั้นตอนในการซ่อมบำรุงเป็นเรื่องง่าย

สกู๊ปฟอร์ด2

เดิร์กและทรูดี้ เร็กเตอร์ อยู่ในวัยเกษียณ ทั้งคู่มีรถยนต์ฟอร์ด โมเดลที รุ่นปี 1915 ไว้ในครอบครองมาตั้งแต่ปี 1997 ก่อนหน้านี้ เดิร์กยังเคยเป็นเจ้าของฟอร์ด โมเดลที รุ่นปี 1923 และฟอร์ด โมเดลเอ รุ่นปี 1928 ความคลั่งไคล้ในรถยนต์ฟอร์ดสไตล์วินเทจตลอดช่วงชีวิตของเดิร์ก ได้รับอิทธิพลมาจากคุณพ่อและคุณปู่ของเขานั่นเอง

ฟอร์ดได้ผลิตรถยนต์รุ่นโมเดล ที จำนวน 15,000,000 คัน ระหว่างปี 1908-1927 การผลิตเริ่มขึ้นที่ประเทศอเมริกาก่อนจะขยายไปทั่วโลก รวมถึงโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศเดนมาร์ก เยอรมนี ไอร์แลนด์ สเปน และสหราชอาณาจักร รถฟอร์ด โมเดลที รุ่นนี้ได้ช่วยให้คนทั่วโลกได้มีโอกาสครอบครองรถยนต์กันมากยิ่งขึ้น เพราะดึงดูดผู้คนในวงกว้างด้วยราคาที่เอื้อมถึงได้ ความทนทานและความง่ายต่อการดูแลรักษาด้วยอะไหล่ได้มาตรฐานและสามารถสับเปลี่ยนกันได้

เดิร์กเล่าว่า “ระหว่างเดินทางในทวีปแอฟริกา เราต้องเชื่อมล้อด้านหน้าที่แตกที่ร้านช่างเหล็กพื้นเมือง”

“ผมสามารถซ่อมมันได้เพียงใช้ไขควง ค้อน เทปผ้า ที่รัดยางรถและสายรัดเท่านั้น”

รถฟอร์ด โมเดลที ของคู่สามีภรรยาเร็กเตอร์ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.0 ลิตร มีคุณสมบัติเฉพาะทางเทคนิคเหมือนกับรุ่นผลิตจากโรงงานในปี 1915 ยกเว้นแต่ยางรถยนต์ขนาดใหญ่ขึ้น นำมาใช้แทนล้อรถทำจากไม้ เพื่อช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายและทนทานระหว่างการเดินทางอันแสนยาวนานได้ดีขึ้น

ล้อรถชุดหนึ่งสามารถใช้งานได้ประมาณ 15,000 กิโลเมตร (9,300 ไมล์) บนสภาพถนนปกติ แต่จะทนทานน้อยลงเมื่อต้องเผชิญกับถนนขรุขระอย่างที่คู่สามีภรรยาเร็กเตอร์ต้องฝ่าฟันในทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้

“ช่วงแนวชายแดนประเทศแอฟริกาใต้และบอตสวานา เราได้พบกับชาวนามีรถฟอร์ด โมเดลที ในโรงนา และเขาก็ได้ถอดยางจากรถของเขาเพื่อมอบเป็นของขวัญและช่วยเหลือพวกเรา” เดิร์กกล่าว

สองสามีภรรยาเล่าว่า ช่วงเวลาสุดพิเศษระหว่างการเดินทางของพวกเขาคือ “วิวบนถนนทางหลวงหมายเลข 1 จากลอสแองเจลิสสู่ซานฟรานซิสโกนั้นสวยงามมาก ด้านหนึ่งห้อมล้อมด้วยเนินเขาสูงตระหง่าน ในขณะที่อีกด้านหนึ่งเปิดกว้างให้เห็นทิวทัศน์ของทะเลที่งดงาม มันสวยจนแทบจะหยุดหายใจเลยทีเดียว”

ผู้สนใจสามารถร่วมส่งกำลังใจให้เดิร์กและทรูดี้ในการกู้ชีพรถฟอร์ด โมเดลที ให้กลับมาพร้อมสำหรับการออกเดินทางอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง รวมถึงรับชมเรื่องราวทั้งดีและร้ายระหว่างเดินทางอันน่ามหัศจรรย์ต่างๆ ของทั้งคู่ได้ที่ https://youtu.be/hhwVjJvEjAs