สถานการณ์การระบาดของ ASF ในสุกร ที่เกิดขึ้นในกว่า 30 ประเทศส่งผลกระทบถึงปริมาณสุกรทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน ซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคเนื้อหมูรายใหญ่ของโลก … เมื่อสุกรในจีนต้องถูกทำลายหายไปถึง 40% ทำให้เนื้อหมูไม่เพียงพอต่อการบริโภค เกิดปรากฏการณ์ที่จีนต้องนำเข้าสุกรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 400,000 ตันในเดือนเมษายน 2563 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 170% จากปีก่อนหน้า
ขณะที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้นำอุตสาหกรรมสุกรในตลาดอาเซียน ก็ประสบปัญหาการขาดแคลนเนื้อสุกรเช่นกัน จากการกำจัดสุกรไปแล้วกว่า 6 ล้านตัวนับตั้งแต่เดือน ก.พ. ปีที่แล้ว หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของปริมาณสุกรทั้งหมดของประเทศ เป็นเหตุให้เวียดนามต้องนำเข้าเนื้อหมูเพิ่มขึ้นถึง 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เมื่อปริมาณผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคย่อมกระทบถึงราคา … ลำพัง 2 ประเทศใหญ่นี้ ก็ทำให้ราคาสุกรของประเทศต่างๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย เช่น ราคาสุกรมีชีวิตในจีนมีราคาสูงถึง 136 บาท/กิโลกรัม ส่วนราคาสุกรมีชีวิตในเวียดนามก็ถีบตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 20 ปีที่ 120 บาทต่อกิโลกรัม
ส่วนประเทศกัมพูชา ซึ่งนิยมบริโภคเนื้อหมูมากที่สุด ถึง 3 ใน 4 ของเนื้อสัตว์ภายในประเทศ ก็ประสบปัญหา ASF ต้องทำลายหมูไปจำนวนมากเช่นกัน ส่งผลให้ระดับราคาสุกรมีชีวิตสูงถึง 96 บาท/กก. ดันให้ราคาหน้าเขียงที่ผู้บริโภคปลายทางต้องจ่ายสูงถึงกิโลกรัมละ 280 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติถึง 59%
เห็นได้ว่า ASF ส่งผลให้ผู้บริโภคในแต่ละประเทศต้องบริโภคเนื้อหมูในราคาสูง เมื่อเทียบกับประเทศไทยนับว่าหมูไทยมีราคาต่ำที่สุดในภูมิภาค โดยเป็นประเทศเดียวที่สามารถยืนหยัดป้องกัน ASF ในสุกรได้สำเร็จ และแน่นอนว่าหมูไทยกำลังเป็นที่ต้องการจากทุกประเทศในแถบนี้ ยกตัวอย่างเช่น ฮ่องกง ที่หันมานำเข้าหมูซีกแช่เย็นจากไทยเข้าไปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วยราคาสูงลิบ ทั้งหมดก็เป็นเพราะศักยภาพของการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมหมูที่ยังคงป้องกัน ASF ได้ถึงทุกวันนี้ รวมถึงมาตรฐานการเลี้ยงหมูในประเทศไทยที่เลี้ยงในฟาร์มระบบปิดมากถึง 70-80% ของทั้งประเทศ เหนือกว่าทุกๆประเทศในภูมิภาคเดียวกัน
เป็นอานิสงส์ที่ผู้เลี้ยงหมูของไทยลงทุนลงแรงด้านมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มแข็ง รวมถึงภาครัฐที่เข้มงวดจริงจัง ทำให้คนไทยได้บริโภคเนื้อหมูคุณภาพสูงในราคาไม่แพง และแม้ราคาในประเทศจะขยับขึ้นบ้างตามตลาดโลก ก็ถือว่าเป็นราคาดีที่สุดที่ผู้บริโภคไทยได้เปรียบผู้บริโภคในประเทศอื่นๆ

