
สวัสดีท่านผู้อ่านคอลัมน์ คิดเห็นแชร์ ทุกท่านครับ ก่อนอื่นผมขอแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจอย่างจริงใจไปยังผู้ประกอบการ SMEs และพี่น้องประชาชนในภาคใต้ โดยเฉพาะชาวหาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งต่อชีวิต บ้านเรือน และกิจการนั้นหนักหนาเกินจะประเมินได้ แต่ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสในการเริ่มต้นใหม่เสมอ และการลุกขึ้นหลังน้ำลดคือภารกิจสำคัญที่เราต้องร่วมเดินไปด้วยกัน
สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญหน้ากับความเสียหาย ขอให้มั่นใจว่า ท่านไม่ได้สู้ตามลำพัง บทความนี้จัดทำขึ้นเป็น “คู่มือฉุกเฉิน” ที่เน้นการปฏิบัติได้จริง เพื่อช่วยฟื้นฟูทั้ง “คน” และ “กิจการ” โดยมี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง
หลักการฟื้นฟูหลังวิกฤตต้องเริ่มจาก “คน” ก่อน “เครื่องจักร” เพื่อให้การตัดสินใจและการลงมือทำต่อจากนี้เกิดขึ้นบนพื้นฐานที่ปลอดภัยและมีสติ
ขั้นตอนที่ 1 ปลอดภัยไว้ก่อน-ฟื้นกำลังใจคนคืออันดับแรก (Human Resource First) ก่อนกลับเข้าไปในพื้นที่หรือโรงงาน ต้องจัดการสภาพจิตใจของตัวเองและพนักงานก่อน ทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสามารถสร้างความเครียด ความโศกเศร้า หรือความท้อแท้ได้ เป็นเรื่อง “ปกติ” ที่ทุกคนกำลังเผชิญร่วมกัน หากรู้สึกหนักเกินรับไหว ควรติดต่อหน่วยงานสุขภาพจิตใกล้บ้านเพื่อประคองสติและเตรียมความพร้อมด้านอารมณ์ จากนั้นประเมินความปลอดภัยของพื้นที่ ทั้งโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า พื้นที่ปนเปื้อนโคลน น้ำเสีย หรือขยะเศษซาก พร้อมจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือ รองเท้าบู๊ต และหน้ากากให้พนักงานอย่างครบถ้วน
ขั้นตอนที่ 2 สำรวจ-บันทึก-จัดหมวดหมู่ความเสียหาย (Document Everything) การเก็บข้อมูลความเสียหายต้องทำทันทีและละเอียดที่สุด ถ่ายภาพทุกจุด ทำรายการทรัพย์สิน รายงานความเสียหายของอาคาร เครื่องจักร และสินค้าคงคลัง เพราะเอกสารเหล่านี้จำเป็นต่อการยื่นเคลมประกัน การขอรับเยียวยาจากรัฐ หรือการยื่นสิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นต้น เมื่อรวบรวมข้อมูลครบแล้ว ให้แยกทรัพย์สินเป็น 2 ประเภท “กู้ได้” กับ “ต้องทิ้ง” เพื่อวางแผนซ่อมแซมหรือจัดซื้อทดแทนอย่างมีลำดับความสำคัญ
ขั้นตอนที่ 3 พิทักษ์สภาพคล่อง-รีบรักษา Cash Flow (Financial Stability ASAP) สภาพคล่องคือหัวใจของการฟื้นฟูธุรกิจ ให้รีบประสานสถาบันการเงินทันทีเพื่อแจ้งเหตุการณ์ และขอเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้หากจำเป็น เพื่อรักษาสภาพคล่อง จากนั้นประเมินค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น ค่าทำความสะอาด ค่าซ่อมเบื้องต้น ค่าแรงงาน เพื่อเตรียมยื่นกู้สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับทุนหมุนเวียนและการฟื้นฟูเร่งด่วน
ขั้นตอนที่ 4 ล้าง-ลุย-เริ่มระบบใหม่ (Clean, Fix, Restart) เมื่อปลอดภัยแล้ว ให้เร่งทำความสะอาดพื้นที่และเครื่องจักรโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันสนิม การกัดกร่อน และเชื้อรา หากเครื่องจักรเปียกน้ำ ห้ามเปิดใช้งานเองเด็ดขาด ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่หนักกว่าเดิม
สำหรับการฟื้นฟูธุรกิจ ดีพร้อม (DIPROM) พร้อมเคียงข้าง ใช้ 3 พลังสนับสนุน SMEs อย่างรอบด้าน ด้วยชุดมาตรการฟื้นฟูแบบครบวงจรภายใต้แนวคิด “Rescue-Restore-Rebuild” เพื่อช่วยให้ธุรกิจกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมที่ครอบคลุมทั้งเงินทุน เทคนิค และการตลาด ดังนี้
1.พลังเงินทุน (Rescue) สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ “เงินง่าย ฟื้นใต้ ช่วยภัยพิบัติ” วงเงินสูงสุด 5 แสนบาทต่อราย ปลอดดอกเบี้ย 0% ในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อเป็นทุนซ่อมและหมุนเวียน พร้อมมาตรการ พักชำระหนี้พิเศษ สำหรับลูกหนี้เดิมของกรมฯ เพื่อทำให้สภาพคล่องไม่สะดุด ธุรกิจมีเงินทุนฉุกเฉินในการกอบกู้ โดยมีภาระดอกเบี้ยต่ำที่สุด
2.พลังเทคนิค (Restore) สนับสนุน ทีมช่าง “ดีพร้อม” เข้าซ่อมแซมและฟื้นฟูเครื่องจักร ให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว และให้คำปรึกษาทางเทคนิคเพื่อลดความเสียหายในระยะยาว เร่งกลับมาผลิตให้ได้ไว ลดความเสียหายที่เกิดจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ
3.พลังยั่งยืน (Rebuild) ใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงความเสี่ยงและตลาด ด้วยการให้คำปรึกษาด้านการจัดการความเสี่ยง (Risk Management) และการปรับปรุงผังโรงงาน (Layout) เพื่อรองรับภัยพิบัติในอนาคต พร้อมสนับสนุนช่องทางตลาดใหม่ ส่งผลให้ธุรกิจไม่เพียงแต่ซ่อมแซม แต่ยังถูกปรับให้แข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่นในการรับมือกับความท้าทายในอนาคต
มาตรการตามแนวคิด “Rescue-Restore-Rebuild” จะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการในทุกขั้นตอนของการฟื้นตัว และสามารถเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่นช่วยเหลือผู้ประกอบการในยามวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หาดใหญ่จะกลับมาลุกขึ้นได้ ด้วยพลังของพวกเราทุกคน
สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งถึงพี่น้องชาวใต้ ขอให้ทุกท่านอย่าท้อแท้ และเชื่อมั่นว่าด้วยพลังของทุกคน ผสานกับมาตรการของรัฐ หาดใหญ่จะกลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและรุ่งเรืองได้อีกครั้ง แล้วพบกันใหม่ในคิดเห็นแชร์ครับ

