เจาะกลยุทธ์ ‘เคทีซี’ ปี 2569 ปรับโหมด‘ธุรกิจ’สู่การเติบโตรอบใหม่

21.12.25 | 09:47 น.
เจาะกลยุทธ์ ‘เคทีซี’ ปี 2569 ปรับโหมด‘ธุรกิจ’สู่การเติบโต

น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง สำหรับทิศทางการเดินหน้าธุรกิจในปี 2569 ของ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี ที่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ จะรักษาความแข็งแกร่งของพอร์ตสินเชื่อ พร้อมกับเสริมทัพประสิทธิภาพสร้างการเติบโตในระยะยาว

ไม่ว่าด้านดิจิทัล รุกสู่ธุรกิจน่านน้ำใหม่ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นช้ากำลังซื้อชะลอตัว จากภาวะหนี้ครัวเรือนกดดันและความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยที่กำลังผลัดใบ

วางกลยุทธ์ 2569 เติบโตอย่าง ‘ระมัดระวัง’
แม้ว่าปี 2568 จะเป็นปีที่ยาก แต่ พิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเคทีซี มั่นใจจะเป็นอีกปีที่ “เคทีซี” จะผ่านไปได้ด้วยดีและน่าจะจบปีได้สวย สะท้อนจากผลประกอบการทั้ง 3 ไตรมาสของปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถทำได้ดี เป็นผลจากการเดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรเชิงรุก นำเทคโนโลยีและเอไอมาใช้ เพื่อปรับกระบวนการคิด ปรับกลยุทธ์ เสริมสร้างบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่าย ควบคุมคุณภาพพอร์ตโฟลิโอ ตลอดจนการทำให้ลูกค้าเราได้รับความสะดวก ความปลอดภัยในการใช้จ่าย จากภัยไซเบอร์และสแกมเมอร์ ซึ่งปี 2568 เป็นปีที่เคทีซีได้เริ่มต้นอย่างจริงจัง

“ปี 2568 เป็นปีที่ยาก เพราะว่าเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก ด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่ว่าปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สภาวะหนี้ครัวเรือน ล้วนเป็นเรื่องที่มีผลต่อการเติบโตของเรา ทำให้ได้ยากขึ้น เพราะว่าเราทำธุรกิจเกี่ยวกับสินเชื่อรายย่อย ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ส่งผลต่อการอนุมัติลูกค้ารายใหม่มีความยากมากขึ้น”

Advertisement

ขณะที่ปี 2569 “แม่ทัพเคทีซี” มองว่า แม้เศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทาย แต่เคทีซียังเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจและทรานฟอร์มองค์กรเชิงรุก ด้วยกลยุทธ์ “Shift Forward-Survive and Speed Up with Digital & AI” โดยพัฒนาด้านไอทีครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี เพื่อเปลี่ยนระบบการชำระเงินเดิม สู่ระบบใหม่ที่ออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง ที่ปรับขนาดได้ตามความเติบโตของธุรกิจและยืดหยุ่นต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อการปรับใช้และจัดการที่รวดเร็ว ตอบสนองต่อความต้องการได้ทันที ยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรฐานใหม่ รวมถึงลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจ แข่งขันกับตลาดได้

“ปี 2569 เคทีซีจะรวบรวมข้อมูลสมาชิกทั้งช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ แอพพลิเคชั่นและโซเชียลมีเดียให้ครบวงจรขึ้น ผ่าน CustomerData Platform หรือ CDP เครื่องมือที่ทำให้รวบรวมข้อมูลสมาชิกทุกช่องทางไว้ในระบบเดียว จะช่วยให้ทำการตลาดเฉพาะกลุ่มได้แม่นยำขึ้น ยกระดับความปลอดภัยการบริหารจัดการด้านข้อมูลสมาชิก และกระบวนการทำงานภายในรวดเร็วขึ้น เชื่อว่าการลงทุนเทคโนโลยีครั้งนี้จะช่วยเร่งสร้างการเติบโตของรายได้อย่างยั่งยืน”

อีกเรื่องสำคัญคือ การตั้งเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ โดยปีหน้าตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อรวมจะขยายตัว 1-2% รักษาอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL Ratio) ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 2%

“เราตั้งเป้าเติบโตอย่างระมัดระวัง ให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจ ใกล้ความจริงมากขึ้น จะไม่ดุเดือดเข้มขึ้นเหมือนปีก่อนๆ ที่พูดเป้าโตปีละ 10% โดยปี 2569 เราน่าจะเติบโตด้วยตัวเลขหลักเดียว และต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี แต่เป้าการทำงานภายในองค์กรยังเข้มข้น เราไม่ใช่องค์กรที่นั่งเฉยๆ รอให้เศรษฐกิจโต เราเป็นองค์กรที่มี mindset ของการจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดไม่ว่าภายใต้สถานการณ์ไหน ปีหน้ามีหลายเรื่องที่เราจะทำ ไม่ว่าการขยายพอร์ตโฟลิโอบัตรเครดิต ยอดใช้จ่าย และสินเชื่อส่วนบุคคล” แม่ทัพเคทีซีกล่าว

ขยายฐานสมาชิก-พอร์ตธุรกิจ‘บัตรเครดิต’
ด้านธุรกิจบัตรเครดิต ประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต ได้ขยายความว่า เคทีซีตั้งเป้าปี 2569 จะมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโตที่ 5% สูงขึ้นจากปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 4% แม้ต่ำกว่าเป้าเดิม แต่ยังเติบโตที่สูงกว่าอุตสาหกรรมที่โตไม่ถึง 1% นอกจากนี้จะเพิ่มจำนวนสมาชิกใหม่ 250,000 ราย จากปัจจุบันเคทีซีมีลูกค้า 2.3 ล้านราย และ Active rate สูงถึง 95% และมีบัตรในระบบ 2.9 ล้านใบ

สำหรับกลยุทธ์ธุรกิจในปี 2569 จะเดินหน้าด้วย 4 กลยุทธ์หลัก โดย กลยุทธ์ที่ 1 รักษาความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอลูกค้า ไม่ใช่แค่หาสมาชิกใหม่หรือเพิ่มจำนวนบัตร ต้องยกระดับผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพขยายฐานสมาชิกผ่านช่องทางดิจิทัล นำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ กิน ช้อป เที่ยว รวมถึงหมวดที่สอดรับกับเทรนด์ที่ลูกค้าให้ความสนใจ เช่น การดูแลสุขภาพ และเฮลธ์แคร์ ซึ่งเริ่มเห็นการเติบโตของตลาดในเมืองไทย

กลยุทธ์ที่สอง ต่อยอดธุรกิจนายหน้าประกัน ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและวินาศภัย เพิ่มทางเลือกและความคุ้มค่าให้สมาชิก รวมถึงสร้างรายได้ใหม่จากผลิตภัณฑ์ประกันบนช่องทางบัตรเครดิต ซึ่งได้เริ่มต้นไปแล้วและพบว่าหมวดประกันเป็นหมวดยอดการใช้จ่ายอันดับ 1 ของพอร์ตบัตรเครดิต

“ธุรกิจนายหน้าประกัน เราเพิ่งเริ่มต้น หลังได้ไลเซนส์เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา การตั้งเป้าเรามองในเรื่องการใช้จ่ายในบัตรเครดิต ปีนี้การใช้จ่ายกลุ่มประกันเราน่าจะโตประมาณ 10% ส่วนปีหน้ามองว่าจะโต 12-13% หลังสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและตรงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น”

กลยุทธ์ที่ 3 ร่วมกับธนาคารกรุงไทยในหลายมิติ รองรับ 3 กลุ่มเป้าหมาย ในกลุ่มลูกค้า Wealth ยกระดับสิทธิพิเศษและบริการที่ครอบคลุมมากกว่าเดิม กลุ่มเอสเอ็มอีสร้างช่องทางการขยายโอกาสให้พันธมิตรร้านค้า บน e-marketplace “KTC U SHOP” ซึ่งเตรียมรีแบรนด์เป็น “KTC MALL” และกลุ่ม Gen Z เจาะกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย เพื่อสร้างฐานสมาชิกใหม่ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นกำลังซื้อ

และ กลยุทธ์ที่ 4 จะใช้ดิจิทัลและเอไอขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดมากขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้า “ง่าย เร็ว ไร้รอยต่อ” และเสนอสิทธิประโยชน์เฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำและครบวงจร

เร่งสปีด‘บัตรกดเงินสด-รถแลกเงิน’
สำหรับธุรกิจสินเชื่อบุคคล พิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อบุคคล กล่าวว่า ปัจจุบันเคทีซีมี 2 ผลิตภัณฑ์ คือ บัตรกดเงินสดเคทีซี พราว และเคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์เป็นตัวขับเคลื่อนทำให้พอร์ตโฟลิโอของสินเชื่อเคทีซีเติบโต แม้ตลาดยังมีความท้าทายและธนาคารเข้มงวด โดยในปี 2569 ตั้งเป้าเติบโต 2% เน้นพอร์ตสินเชื่อเติบโตอย่างมีคุณภาพ และเพิ่มสมาชิกใหม่ 110,000 ราย

โดยบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” จะใช้ 4 กลยุทธ์การตลาดในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการใช้ดิจิทัล ทรานฟอร์มเมชั่นเข้ามาช่วย ได้แก่ 1.ปรับโฉมการสมัครออนไลน์ E-Application ให้อยู่บนแอพพ์ KTC Mobile อนุมัติไวใน 30 นาที 2.ขยายฐานสมาชิกใหม่ผ่านพันธมิตรและจุดขาย 2,000 ร้านค้า และผ่านฐานข้อมูล Payroll ของธนาคารกรุงไทย 3.ดูแลสมาชิกกว่า 700,000 รายด้วยสิทธิพิเศษ ทั้งรูด โอน กด ผ่อน และเดินหน้าโครงการ “เคลียร์หนี้” ส่งเสริมวินัยการชำระเงินและ 4.ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา ผ่านโปรโมชั่นผ่อนสินค้าดอกเบี้ย 0% นาน 24 เดือน ให้ครอบคลุมร้านค้าหลากหลายมากขึ้น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าตู้เย็น มือถือ เป็นต้น

ขณะที่ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” ซึ่งเป็นบริการสินเชื่อส่วนบุคคลในรูปแบบสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จะใช้กลยุทธ์ขยายฐานสมาชิกผ่านธนาคารกรุงไทยเป็นหลัก พร้อมปรับโฉมผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เช่น ข้าราชการ พนักงานประจำ เพราะค่อนข้างมั่นคงและมีรายได้ที่ค่อนข้างดี แม้พอร์ตเราอาจจะไม่ได้ใหญ่ แต่คุณภาพพอร์ตดี มีอัตรา NPL ผิดนัดชำระที่มีคุณภาพ และปีหน้าจะขยายช่องทางอย่างต่อเนื่อง

ทุ่มอัพเกรดระบบโครงสร้างไอที
อีกหนึ่งผู้บริหารที่ร่วมแถลงข่าวเป็นครั้งแรก วิไลวรรณ นพรัตน์ผู้บริหารสูงสุด สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยฉายภาพว่า ปี 2569 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแผนงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า ซึ่งเรื่องดิจิทัลทรานฟอร์มเมชั่น ไม่ได้ทำกันแค่ 1-2 ปี แต่มันคือจุดเริ่มต้นและพัฒนาทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท

ด้วยการเปลี่ยนระบบชำระหลักของเคทีซีจากระบบ Legacy ที่ใช้มากว่า 10 ปี ให้เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เปลี่ยนรวดเร็วมากทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลงระบบ core หลักเรา เพื่อเชื่อมสู่โลกที่เขาพัฒนากันไปต่อเนื่อง เพิ่มสปีดการใช้งานและการทำงาน สู่ยุค “ปลาเร็วกินปลาช้า” โดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง ทำให้สปีดไม่ตกและเสถียร สิ่งสำคัญคือการใช้ระบบใหม่จะช่วยลดต้นทุนด้วย

“ปัจจัยทำให้เราอยากเปลี่ยนระบบคือ เทคโนโลยีใหม่ที่วิ่งเข้ามา การที่เราเปลี่ยนแพลตฟอร์มไปเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีใหม่ที่จะเข้ามาได้ง่ายขึ้น รวมถึงดาต้าและเอไอจะนำมาใช้ปีหน้าให้ใช้ได้ง่ายขึ้น รองรับธุรกิจใหม่ๆ เพราะว่าเราไม่ได้ทำแค่บัตรเครดิตอีกต่อไป จะรวมศูนย์ข้อมูลจากทุกช่องทางของลูกค้าเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์ม เพื่อให้เอไอเข้าไปช่วยและจับพฤติกรรมของผู้บริโภคและการบริการได้แม่นยำยิ่งขึ้น” วิไลวรรณกล่าว

มั่นใจ‘กำไร’โตสวนเศรษฐกิจ
จากวิชั่น 3 ผู้บริหาร 3 ธุรกิจที่ได้กล่าวมา รจนา อุษยาพร ผู้บริหารสูงสุด สายงานการเงิน สรุปปิดท้ายว่า แม้ว่าภาพรวมในปี 2569 ยังเป็นปีที่มีความท้าทายหลายด้าน ทำให้เศรษฐกิจเติบโตแบบชะลอตัว แต่สำหรับเคทีซียังตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 5% สินเชื่อบุคคลเติบโต 2% พอร์ตสินเชื่อรวมเติบโต 1-2% และยังคงควบคุม NPL ให้ไม่เกิน 2% โดยเป็นการตั้งเป้าไว้ในระดับที่ไม่ได้สูงมากนักและยังคงมีความท้าทายในแต่ละโปรดักต์ แต่เราก็อยากจะไปให้ถึงเป้าหมาย

ในขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมระดมเงินกู้ยืมระยะยาว 12,000 ล้านบาท สำหรับทดแทนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ระยะยาวจะครบกำหนดปีหน้า 16,000 ล้านบาท รวมถึงลงทุนระบบไอทีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากทิศทางดอกเบี้ยขาลงคาดว่าจะส่งผลต้นทุนทางการเงินเราลดลง 0.15-0.20% นอกจากนี้การเริ่มเปิดตัวธุรกิจนายหน้าประกันซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ของบริษัทที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

“จากแผนการดำเนินธุรกิจที่เราจะเดินหน้าทั้งหมด และโครงสร้างต้นทุนต่างๆ ที่ดีขึ้น จะทำให้ภาพรวมของเคทีซีในปี 2569 กำไรของเราจะมากกว่าปี 2568 อย่างแน่นอน” รจนาทิ้งท้ายอย่างมั่นใจ