ยิ้มสยามของไทยยังคงทำหน้าที่ครอบครองหัวใจนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เป็นอย่างดี สะท้อนจากปี 2568 ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนกว่า 33 ล้านคน แม้เทียบกับปี 2567 แล้วจำนวนดังกล่าว จะติดลบถึง 7% แต่ถือว่าดีมากแล้วท่ามกลางวิกฤตทั้งในประเทศและนอกประเทศ ซึ่งอยู่เหนือความคาดหมายและไม่สามารถรับมือได้ง่ายนัก โดยเฉพาะการสร้างรายได้จากตลาดต่างชาติเที่ยวไทยถึง 1,536,574 ล้านบาท
ขยายสถิติลงลึกกว่าเดิม พบว่าตลาดที่เข้ามาเที่ยวไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.มาเลเซีย 4,520,856 คน 2.จีน 4,473,992 คน 3.อินเดีย 2,487,319 คน 4.รัสเซีย 1,898,837 คน และ 5.เกาหลีใต้ 1,555,227 คน ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โควิด-19 คลายตัว ที่เห็นตลาดจีนเสียแชมป์ให้กับมาเลเซีย ซึ่งถือว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของประเทศไทยเช่นกัน เพราะการเดินทางที่สะดวก สามารถเข้ามาเที่ยวแบบวันเดย์ทริป หรือไปเช้าเย็นกลับไม่ค้างคืนได้อย่างสะดวก แต่ความสะดวก ถือเป็นอุปสรรคของการสร้างรายได้เช่นกัน เนื่องจากการเข้ามาท่องเที่ยวแบบไม่พักค้างคืน ทำให้เม็ดเงินที่ควรกระจายไปในการท่องเที่ยวลดแรงหมุนต่อเศรษฐกิจน้อยลงกว่าเดิม
ตลาดที่ยังเป็นความหวังของภาคการท่องเที่ยวจึงส่องไปที่ประเทศจีนอีกครั้ง เพราะถือเป็นฐานลูกค้าหลักของไทย จากการมีระยะการเดินทางไม่นานมากนัก และมีการใช้จ่ายที่สูงมากกว่าเดิม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเดินหน้ากระตุ้นตลาดจีนเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่องรวมถึงสร้างความมั่นใจในการเข้ามาเที่ยวไทยผ่านแคมเปญต่างๆ ล่าสุดมีสายการบินเปิดเส้นทางบินจากจีนเข้าประเทศไทยกว่า 15 เที่ยวบิน จากต้นทางหลายเมืองของจีนสู่ปลายทางหลายจังหวัดของไทย และเมืองไหโข่ว เมืองหลวงที่มีประชากรมากที่สุดของมณฑลไหหลำ ประเทศจีนก็เป็นหนึ่งในต้นทางหลักเช่นกัน

เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นำทัพเดินทางสู่เมืองท่าไหโข่ว ปักธงประเทศไทยในฐานะ Country of Honor ในงาน China International Travel Mart 2025-CITM 2025 เวทีงานส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของจีน เพื่อเป็นแรงส่งที่เห็นผลอย่างชัดเจนในปี 2569 สะท้อนได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาเที่ยวไทย นับตั้งแต่วันที่ 1-25 มกราคม 2569 มีจำนวนสะสมแล้วกว่า 301,484 คน และเฉลี่ยต่อวันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็น 12,000-13,000 คนต่อวันแล้วถือเป็นสัญญาณที่ดีมากขึ้นอย่างชัดเจน
งานส่งเสริมการท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ททท.เปิดคูหาโชว์ประเทศไทย สะท้อนบทบาทในฐานะ Country of Honor บนเวทีการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ใช้เวที CITM 2025 ในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์และทิศทางเชิงกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยว มุ่งยกระดับคุณภาพประสบการณ์และการสร้างคุณค่าร่วมผ่านความร่วมมือระดับสากล พร้อมตอกย้ำความสัมพันธ์ไทย-จีนภายใต้แนวคิดจงไท่อี้เจียชิน “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” โดยการจัดงาน CITM 2025 ณ นครไหโข่ว นับเป็นปีแรกที่จัดขึ้นในมณฑลไห่หนาน เปิดโอกาสให้ประเทศไทยขยายฐานนักท่องเที่ยวจากตลาดจีนตอนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภาพสูง ทั้งด้านกำลังซื้อ โครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพในอนาคต การเข้าร่วมงานในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมบทบาทเชิงผู้นำของประเทศไทยบนเวทีการท่องเที่ยวโลก และต่อยอดความร่วมมือสู่การเดินทางจริงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ในงานได้รับเกียรติจาก กาจฐิติ วิวัธวานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว จาง ฮุย รองผู้อำนวยการ ศูนย์เอเชีย-แอฟริกา ไชน่า มีเดีย กรุ๊ป พร้อมผู้บริหารระดับสูง หน่วยงานพันธมิตรให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดคูหาประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยนำเสนอศักยภาพด้านการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “Amazing Thailand, the Joy Never Ends” โดยออกแบบคูหาให้เป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์ (Experiential Pavilion) ถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยผ่านกิจกรรมหลากหลายมิติ ทั้งการแสดงทางวัฒนธรรม การสาธิตงานหัตถศิลป์และหัตถกรรมไทย กิจกรรมด้านสุขภาพและเวลเนส รวมถึงการนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ไทยในรูปแบบร่วมสมัย พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจในการธำรงและเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่เวทีนานาชาติ ผ่านการการจัดแสดงแฟชั่นโชว์ชุดพระราชนิยม 8 ชุด และชุดไทยร่วมสมัย 8 ชุด

ภายในพิธีเปิดคูหาประเทศไทย ททท.ยังเปิดตัว “น้องมะลิ” AI Influencer พร้อมมอบตำแหน่ง Amazing Thailand Experience Officer อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ททท. และ China Media Group ในการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ด้านการสื่อสาร ภายใต้แนวคิด Next-Generation Tourism Storytelling เพื่อเสริมประสิทธิภาพการถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยวไทย และยกระดับการสร้างการรับรู้และแรงบันดาลใจในการเดินทางของตลาดจีนในระยะยาว โดยมีพื้นที่ให้พันธมิตรผู้ประกอบการท่องเที่ยวในตลาดจีนที่นำเสนอขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของไทย อาทิ บริษัทนำเที่ยว ผู้ประกอบการรายใหญ่ และสายการบิน ร่วมออกบูธเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อในตลาดจีน
การเดินทางจากไทยไปเมืองไหโข่วของจีน แม้นั่งเครื่องบินชั้นประหยัดจะใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงกว่าเท่านั้น แต่หากคิดเป็นระยะการเดินทางบนแผ่นดินจะใช้เวลากว่า 33 ชั่วโมง จึงต้องใช้ทรัพยากรทุกอย่างให้คุ้มค่าที่สุด ททท.จึงได้ลงนามหนังสือเจตจำนง (เคโอไอ) ร่วมกับบริษัท Tongcheng Travel Holdings ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มท่องเที่ยวอย่างครบวงจรที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดจีน และสำนักงานการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิทยุ โทรทัศน์ และกีฬา เมืองไหโข่ว ส่งเสริมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างการรับรู้สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ และผลักดันการเดินทางในรูปแบบ Two Way Tourism แลกเปลี่ยนความร่วมมือในด้านต่างๆ ผลักดันให้เส้นทางการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีนดีขึ้นในทุกมิติ

นอกจากนี้ยังใช้โอกาสสำรวจทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวสร้างเอง (แมนเมด) ของเมืองไหโข่ว ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองมะพร้าว และเป็นเมืองตากอากาศริมทะเลเขตร้อนที่สำคัญทางตอนใต้ของจีน มีหาดทรายขาวสะอาดและอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคม-พฤษภาคม เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการพักผ่อน สัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีความเก่าแก่ แต่มีความร่วมสมัยจากแมนเมดใหม่ๆ ที่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว ทำให้มีจุดเช็กอินหลักอยู่หลายแห่ง

เริ่มต้นที่แลนด์มาร์กอย่าง ถนนโบราณฉีโหลว (Qilou Old Street) ย่านประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไหโข่ว สกายเมาน์เท่น (Sky Mountain) จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม แสนจะโรแมนติก หอสมุดอวิ๋นต้ง (Yundong Library) ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรมโดดเด่น เพราะมีทั้งความทันสมัยและแปลกตาผสมเข้าด้วยกัน รวมถึง เมืองภาพยนตร์ไหโข่ว (Haikou Movie Town หรือ Mission Hills Huayi Brothers Feng Xiaogang Movie Town) สร้างแบบจำลองฉากเมืองเก่าและสถานที่สำคัญย่านต่างๆ เหมือนหลุดเข้าไปในยุคของเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในกองถ่ายจริง ถือเป็นสวรรค์ของช่างภาพและคนชอบถ่ายรูปอย่างแท้จริง

แม้ไทยจะมุ่งสู่การท่องเที่ยวแบบสองทาง นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย คนไทยก็ไปเที่ยวจีนเช่นกัน ดูเหมือนจะเป็นความเท่าเทียมในด้านการท่องเที่ยว แต่หากมองในแง่ความพร้อมในหลายๆ ของจีน โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวแมนเมด โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทางคมนาคมที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมได้อย่างมากมายนั้น ประเทศจีนก็อาจเป็นคู่แข่งการท่องเที่ยวของไทยที่น่ากลัวมากกว่าที่คิด

