จากสถานการณ์อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ สร้างความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบทั่วโลก ตลอดจนราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทย
ล่าสุด อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งการด่วนเริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน พร้อมสั่งเปิดศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานเพื่อติดตามเหตุการณ์และให้ทุกหน่วยงานประเมินผลกระทบและเตรียมแผนและมาตรการรองรับทั้งในส่วนของปริมาณสำรองและด้านราคา รวมทั้งเตรียมใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชยราคาน้ำมันเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
ปริมาณสำรองน้ำมันของไทย ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 มีน้ำมันคงเหลือ (น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป) 4,877 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 38 วัน น้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง (ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว) 1,666 ล้านลิตร และจากแหล่งอื่น 1,117 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 22 วัน รวมปริมาณน้ำมันคงเหลือ 7,660 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ 61 วัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังสั่งการให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจัดทำแผนเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย รวมทั้งเลื่อนแผนการซ่อมบำรุงแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติออกไปก่อนเพื่อลดผลกระทบในช่วงนี้ และในส่วนของไฟฟ้า ได้สั่งการให้เดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเต็มกำลังการผลิต รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
ตรวจสอบสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 พบว่าราคาน้ำมันดิบ เวสต์เท็กซัส เพิ่มขึ้น 1.81 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อยู่ที่ 67.02 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่เบรนท์ เพิ่มขึ้น 1.73 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อยู่ที่ 72.48 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ภาพรวมยังไม่พุ่งกระฉูดมากนัก แต่สถานการณ์เพิ่งเริ่มต้น หากยืดเยื้อหลายฝ่ายกังวลระดับราคาอาจพุ่งแตะ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
สถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตาม แต่จากแอ๊กชั่นจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่มีประสบการณ์ด้านราคาน้ำมันมายาวนาน
หวังว่าจะดูแลคนไทยให้รับผลกระทบน้อยที่สุด

