เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเป็นอย่างไร จีดีพีจะเติบโตระดับไหน จากเป้าหมายที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วาดไว้ระดับ 3%
นั่นเพราะสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่มองไปทางไหนก็มีแต่ปัจจัยลบ โดยเฉพาะปัจจัยต่างประเทศ ผลจากการสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ดันราคาพลังงานโลกพุ่งกระฉูด กระทบต้นทุนการผลิตสินค้าส่งออก กระทบค่าครองชีพประชาชนคนไทย ซึ่งยังไม่นับรวมประเด็นภาษีสหรัฐที่ยังไม่มีความชัดเจน หลังศาลสูงสุดสหรัฐมีคำวินิจฉัยว่าการที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อกำหนดภาษีศุลกากรต่างตอบแทนกับประเทศคู่ค้าทั่วโลก เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต
ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังรอการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ รอทีมเศรษฐกิจเข้ามาแสดงฝีมือทำงานผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตตามเป้าหมาย
อย่างไรก็ตามภาคการลงทุนอุตสาหกรรมสำคัญของโลกในไทย ยังคงเป็นความหวังหลักต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มติชนสัมภาษณ์ นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ต่อสถานการณ์ลงทุนในเวลานี้
เลขาฯนฤตม์ระบุ ในระยะสั้น ภาวะสงครามจะส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน และต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์อย่างชัดเจน อีกทั้งจะกระทบต่อซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมที่มีการนำเข้าวัตถุดิบและส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ไม่ใช่เฉพาะในตะวันออกกลาง เช่น กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร เป็นต้น
“ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนว่านักลงทุนต่างชาติจะทบทวนการลงทุนในประเทศไทยจากเหตุการณ์นี้ เนื่องจากนักลงทุนจะต้องเฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด ว่าสงครามจะลากยาว หรือขยายวงออกไปหรือไม่” เลขาฯนฤตม์ระบุ
พร้อมให้ความเห็นว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ การดำเนินธุรกิจของบริษัทไทยที่มีการลงทุนในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น Thai Union Group ในธุรกิจอาหาร, Indorama Ventures และ SCG Chemicals ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์, PTTEP ในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมถึงกลุ่มธุรกิจโรงแรมอย่าง Minor International, Centara และ Dusit โดยบีโอไอจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์และให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยต่อไป
อย่างไรก็ตามในระยะยาว ความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์ อาจเป็นโอกาสที่ทำให้บริษัทข้ามชาติให้ความสำคัญกับการกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งอาเซียนรวมถึงประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายการลงทุนที่สำคัญ นอกจากนี้ ประเทศในตะวันออกกลางยังมีเงินทุนขนาดใหญ่ที่มองหาโอกาสลงทุนในเศรษฐกิจที่เติบโต ดังนั้น หากสถานการณ์คลี่คลาย ก็อาจเปิดโอกาสให้เงินลงทุนจากตะวันออกกลางเข้ามาลงทุนในอาเซียนและประเทศไทยมากขึ้นด้วย
สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เลขาฯนฤตม์ระบุ ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจนและต่อเนื่องมาโดยตลอด และมีกลไกส่งเสริมการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการส่งเสริมการลงทุนเป็นลำดับต้นๆ เชื่อมั่นว่าโครงการสำคัญต่างๆ ทั้ง Thailand FastPass, มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่, มาตรการยกระดับผู้ประกอบการไทย รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และทิศทางการดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆ จะได้รับการผลักดันจากรัฐบาลใหม่อย่างต่อเนื่อง
เลขาฯนฤตม์กล่าวถึงทิศทางการลงทุนไทยในช่วงครึ่งปีแรก และภาพรวมตลอดปี 2569 ว่า แรงขับเคลื่อนสำคัญของการลงทุนในปี 2569 ยังคงมาจากกระแสการโยกย้ายฐานการลงทุนระหว่างประเทศ เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างขั้วมหาอำนาจต่างๆ ที่นำมาสู่การปรับโครงสร้างซัพพลายเชนครั้งใหญ่ของโลก ประกอบกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI ทำให้เกิดคลื่นการลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลโดยเฉพาะ Data Center และ Cloud Infrastructure จนทำให้การลงทุนในกลุ่มดิจิทัลขึ้นเป็นอันดับ 1 ของประเทศ มูลค่าสูงกว่าอุตสาหกรรมการผลิตดั้งเดิมทั้งหมดรวมกัน นอกจากนี้ การเติบโตของ AI ยังส่งผลให้การลงทุนในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะต่างๆ เพื่อรองรับเทคโนโลยี AI ขยายตัวอย่างมากตามไปด้วย และก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักสาขาใหม่ของประเทศ
เลขาฯนฤตม์กล่าวว่า อีกแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของการลงทุนยุคใหม่ คือ การลดคาร์บอนและเทรนด์เรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ได้กระตุ้นให้เกิดการลงทุนจำนวนมากในกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การผลิตแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน รวมทั้งการลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Green products & packaging
โดยในปี 2569 ทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศ(FDI) จำนวนมากยังคงมุ่งหน้าสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายของนักลงทุนเพราะนักลงทุนมองว่าไทยมีปัจจัยพื้นฐาน (Foundation) ที่ดี ไม่ใช่คู่ขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มีความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน มีซัพพลายเชนที่พร้อมต่อยอด และมีความสามารถรองรับอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
“ครึ่งปีแรก 2569 จะเห็นการลงทุนจริงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากการติดตามเร่งรัดการลงทุนของทีม BOI จำนวน 80 โครงการ มูลค่า 4.8 แสนล้านบาท และการดำเนินมาตรการ Thailand FastPass ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เราคาดว่าจะเห็นกิจกรรมการลงทุนจริงเพิ่มขึ้น เช่น การก่อสร้างโรงงาน การซื้อเครื่องจักร รวมไปถึงการจ้างงานของโครงการต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปก่อนหน้านี้ ซึ่งจะช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2569 เป็นอย่างดี” เลขาฯนฤตม์ทิ้งท้าย

