TSB พลิกเกมธุรกิจ จาก ‘รถเมล์’ สู่ ‘Service Platform’ ท่ามกลางวิกฤตความท้าทาย

15.04.26 | 09:47 น.

แวดวงธุรกิจของไทย ต่างมีซีอีโอเก่งๆ ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาแข่งขัน ประชันฝีมือการบริหารธุรกิจกันมากมาย แต่มีหนึ่งในธุรกิจที่เลื่องชื่อว่าปราบเซียน นั่นคือ “ธุรกิจรถเมล์” เนื่องจากต้องลงทุนสูง อยู่กับผู้คนหลายแสนคนต่อวัน แต่สวนทางกับรายได้ที่บางมากๆ แถมยังต้องผูกพันกับนโยบายรัฐที่คอยกำกับดูแลอีก ทำเอาหลายคนเข็ดขยาด ไม่ก็เจ็บตัวล้มหายไปจากธุรกิจนี้กันมาแล้วนักต่อนัก

จนปัจจุบันผู้เล่นในตลาดขนส่งสาธารณะ หรือรถเมล์ไทยเหลือเพียง 2 เจ้าใหญ่เท่านั้น คือ ขสมก. ที่เป็นรัฐวิสาหกิจได้งบประมาณอุดหนุนเงินเม็ดเงินภาษี กับอีกเจ้าที่เป็นเอกชน 100% อย่าง ไทย สมายล์ บัส เมื่อเหลียวหน้า แลหลังไปก็พบว่า สภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ธุรกิจใหญ่ยังเผชิญความท้าทายจากรอบทิศ แล้วธุรกิจขนส่งในวันนี้จะอยู่รอดได้อย่างไร จึงเกิดเป็นคำถามสำคัญที่จะกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการ

แม่ทัพใหญ่จากค่ายรถเมล์ไฟฟ้า กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ให้ข้อมูลถึงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมตั้งแต่ TSB ว่า TSB เข้ามาดำเนินธุรกิจมาสู่ปีที่ 4 บริบทของการให้บริการเปลี่ยนไปมาก ธุรกิจของ TSB เวลานี้จะไม่ใช่แค่การเดินรถอีกต่อไป แต่การจะอยู่ได้ เน้นว่าไม่ใช่แค่อยู่ได้ แต่ต้องโตอย่างยั่งยืน จุดสำคัญคือการยกระดับ ไม่ใช่แค่เดินรถไปวันๆ เพราะรถเก่าลงทุกวัน ผู้โดยสารก็เปลี่ยนพฤติกรรมไปทุกวัน

จากแต่ก่อนที่เคยสำรวจเส้นทาง ยังไม่มีรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ พาดผ่านรอบกรุงเทพฯ-ปริมณฑล, ยังไม่มีโรคระบาด (โควิด-19) ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้คนให้ไปแห่ซื้อรถยนต์กันมากขนาดนี้ ดังนั้น ผู้ให้บริการจึงต้องปรับตัว และปรับธุรกิจให้รองรับการอีกหลายปัจจัยแวดล้อมที่จะเข้ามา

Advertisement

 

ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ให้บริการโซลูชั่นการเดินทางครบวงจร

ซีอีโอกุลพรภัสร์กล่าวอีกว่า ดังนั้น ในมุมของ TSB เองที่เป็นหนึ่งในผู้เล่น จึงต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองก่อน จากแค่ผู้ให้บริการรถเมล์ไฟฟ้า กลายเป็น “ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านการเดินทางที่ครบวงจร” ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนเส้นทาง การบริหารจัดการพลังงาน-ฟลีทรถ ตลอดจนการพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถติดตาม ตรวจสอบข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของระบบขนส่งในอดีตที่มีความไม่แน่นอนด้านเวลาและการเข้าถึงข้อมูล

จุดเด่นของ TSB คือการบูรณาการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 100% เข้ากับระบบบริหารจัดการข้อมูลแบบ Data-driven ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดต้นทุนด้านพลังงาน และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างแม่นยำ โดยนำเทคโนโลยีของเรา มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ศูนย์ควบคุมการเดินรถอัจฉริยะ (Transit Smart Hub) ระบบบริหารจัดการฟลีท (Fleet Management System) ระบบชำระเงินอัจฉริยะ (Smart Payment System) และแอพพลิเคชั่น TSB Go Plus+ ที่ใช้ในการเดินทาง

“ทั้งหมดนี้เพื่อให้ลูกค้าสามารถควบคุมและตรวจสอบทุกอย่างได้แม่นยำ และโปร่งใส” ซีอีโอกุลพรภัสร์ระบุ

คำถามสำคัญคือ การจะขยายหรือเปลี่ยนธุรกิจจากรถเมล์รับ-ส่งตามป้าย จะไปให้บริการที่ต้องปรับรูปแบบเฉพาะกลุ่ม ถือเป็นงานที่ท้าทายมาก แล้ว TSB จะขยายได้อย่างไร ซีอีโอกุลพรภัสร์อธิบายต่อว่า ช่วงปีแรกค่อนข้างท้าทายมาก เพราะโจทย์การให้บริการในแต่ละที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ซึ่งที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์แล้วด้วยทีมบริหารมืออาชีพ จึงมีผลงานเข้าไปบริหารให้ลูกค้าในหลากหลายรูปแบบแล้ว ทั้งบริการรถรับ-ส่งภายในองค์กร สถาบันการศึกษา เช่น CU Pop Bus หรือ Shuttle Bus ม.ราชภัฏสวนสุนันทา รวมถึงบริการขนส่งบุคลากรสำหรับภาคธุรกิจอย่าง Shuttle Bus Enco ศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์

ตลอดจนงานสเกลใหญ่ระดับชาติ TSB ก็เคยได้รับการคัดเลือกจากภาครัฐ ให้เข้าไปสนับสนุนระบบขนส่งในกิจกรรมระดับประเทศอย่างเช่น งานแข่งขัน MotoGP และมหกรรมกีฬา SEA Games 2025 เป็นต้น สะท้อนศักยภาพในการออกแบบและบริหารจัดการเดินรถที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน

ดังนั้น ในอนาคตของ TSB ต้องมุ่งปรับเปลี่ยนหรือ Transform ให้ธุรกิจกลายเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ที่พร้อมปรับเปลี่ยน Customize ให้แก่ลูกค้าได้ครบกระบวนการ ตั้งแต่ ให้บริการรถ-บุคลากร, ระบบรับชำระเงิน ตั๋วโดยสารอิเล็กทรอนิกส์, ระบบบริหารจัดการหลังบ้าน ไปจนถึงแอพพลิเคชั่นตรวจสอบสถานะรถ ที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด โดยอยู่บนแนวทางการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) นี่จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะขยายให้ธุรกิจขนส่งมวลชนอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ซีอีโอกุลพรภัสร์ย้ำว่า ภาพของกลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป จึงไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะพลังงานไฟฟ้าเจ้าแรกในไทย แต่เป็นแพลตฟอร์มการให้บริการครบวงจร ทั้งรถ เรือ ระบบบริหารจัดการ ทีมงานมืออาชีพ ที่มีใบอนุญาตเส้นทางครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการทั้งหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน สามารถนำไปวางแผนการเดินทาง การบริหารจัดการเดินรถ รวมถึงสามารถเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ต่อได้ เพื่อจัดแผนการเดินรถให้เหมาะสมแก่หน่วยงานนั้นๆ

“TSB พร้อมมุ่งการเป็นธุรกิจที่อยู่ได้อย่างยั่งยืน แม้เจอกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน” ซีอีโอกุลพรภัสร์ทิ้งท้าย