‘ธเนศ จิระเสวกดิลก’ เปิดแผน divana+s นำองค์รวม ‘วิถีไทย’ รุกตลาดต่างประเทศ

19.04.26 | 10:07 น.
‘ธเนศ จิระเสวกดิลก’ เปิดแผน divana+s นำองค์รวม ‘วิถีไทย’
ธเนศ จิระเสวกดิลก

วันนี้เจอนักธุรกิจประเด็นแรกต้องถามคือ สงครามตะวันออก ส่งผลกระทบอะไรบ้าง สำหรับ ธเนศ จิระเสวกดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด divana แบรนด์ลักชัวรี่ ครบวงจรทั้ง สปา น้ำหอม และผลิตภัณฑ์เครื่องหอมระดับพรีเมียมของไทย ตอบทันที “เหนื่อยและหนักกว่าเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เพราะตอนโควิดระบาด ทุกรับรู้ร่วมกันว่าเกิดอะไร รัฐบาลมีความพร้อมช่วยเหลือทั้งด้านลดภาระค่าใช้จ่าย คู่ค้า ช่วยเหลือกัน แม้ผลกระทบโควิดคือ รายได้ไม่เข้า แต่รายจ่ายไม่ขึ้น แต่ตอนนี้รายได้ไม่เข้าแต่รายจ่ายพุ่ง อีกทั้งการสนับสนุนยังไม่ชัดเจน ความเหนื่อยของคนทำธุรกิจคืออย่างน้อยให้รู้ไปเลย สิ่งที่ต้องทำคืออะไร สิ่งที่ต้องช่วยกันคืออะไร สิ่งที่ต้องสนับสนุนคืออะไร ทุกอย่างจะไปได้เร็ว ตอนนี้่กลายเป็นอาศัยช่องโหว่ชิงความได้เปรียบ ทำให้คนไม่ได้เปรียบก็จะเหนื่อยมาก”

จากนั้น ธเนศเล่าถึงการเตรียมรับมือในสถานการณ์ปัจจุบันว่า “ส่วนหนึ่งของผมอยู่ในภาคการศึกษา ช่วยมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ด้านการทำธุรกิจ โดยเฉพาะสตาร์ตอัพ ทำให้เราได้อัพเดตข้อมูลและมองเห็นโอกาส เตรียมความพร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว และรู้ด้วยว่าเมื่อมีเหตุการณ์จะปรับตัวอย่างไร เหตุการณ์ที่ผ่านมา เป็นภาพที่เราไม่เคยเห็น ทั้งการระบาดของเชื้อโควิดทั่วโลก แผ่นดินไหวใหญ่ในไทย สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อถึงวันนี้ หรือเทคโนโลยีดิสรัปชั่น ภาพจีไอแทรกไปทุกที่เป็นภาพใหม่ของโลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้น การเตรียมความพร้อมเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ เราเริ่มเรียนรู้ว่าการเกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆ จะมาเร็วขึ้น ไม่ใช่หลายสิบปีเหมือนในอดีต เกิดผลกระทบในหลายมิติ ทั้งพฤติกรรมเปลี่ยน ความไม่แน่ใจ การเข้ามาของคู่แข่งทุกมิติเมื่อก่อนเรายินดีกับตัวเลขนักท่องเที่ยวมาไทยเพิ่มขึ้นทุกปี แต่วันนี้น้อยๆ ลงยกตัวอย่างเหมือนเราไม่สบายเริ่มป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาล กำลังฟื้น ก็เจอโรคติดต่อเข้ามา โลกมันเปลี่ยนเร็วจนยากจะคาดเดาได้ แต่คนไทยโชคดี เรามีพื้นฐาน การใช้ชีวิต จิตสำนึก ถูกปลูกฝังเรื่องการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ควรทำอะไรเกินตัว ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักยึดที่ใช้ได้ตลอดเพียงแค่ปรับวิธีไปตามเหตุการณ์ divana วันนี้ครบ 25 ปีแล้ว เจอวิกฤตมากมาย ทั้งชุมนุมการเมืองเหลืองแดง น้ำท่วมใหญ่ เกิดโรคซาร์ส ไข้หวัดนก โควิด แผ่นดินไหว สงครามตะวันออกกลาง และเทคโนโลยีดิสรัปชั่น เมื่อเหตุการณ์ต่างๆ มาเร็วขึ้น การปรับเปลี่ยนต่างๆ ยิ่งเร็วทวีคูณตาม เร่งรัดสำคัญจากนี้่ต้องพร้อม คือ เทคโนโลยี และภาวะฝุ่น ร้อน แล้ง จะกลายเป็นปัจจัยพื้นฐาน”

ปัจจัยอะไรที่ยังช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ divana ธเนศสะท้อนว่า หากย้อนไปตั้งแต่สงครามโลก พบว่าหลังสงครามยุติ ธุรกิจที่จะเกิดขึ้นแรกๆ คือ ธุรกิจด้านความปลอดภัย ยารักษาโรค อาหาร สุขภาพ อาหาร ก่อสร้าง เพราะเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการเพื่อการฟื้นตัวซึ่ง divana ไม่เคยหยุดนิ่งในการต่อยอดธุรกิจ เราอยู่ในธุรกิจเพื่อสุขภาพ รู้ว่าคนไม่แค่ต้องการสุขภาพที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ต้องการความอิ่มด้านอารมณ์ จิตใจ พัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง ผ่านรูปแบบการทำเสนอและกิจกรรมต่างๆ เพียงเราศึกษาให้ลึกถึงการบริการที่เหมาะสม เสริมด้านกินและกิจกรรมผ่อนคลาย ถือเป็นองค์รวม หรือเป็นคุ้นค่าที่รวมทุกอย่างไว้ที่เดียวเมื่อมา divana

“ในวิกฤตเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย เรายังเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจด้านสุขภาพ ดังนั้น ในปี 2569 นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นการรุกตลาดต่างประเทศ โชว์จุดเด่นไทยเวลเนส (Thai Wellness) ทั้งการแก้ปัญหาด้านสุขภาพและการดูแลสุขภาพร่างกายไปพร้อมกัน และ divana เราสะสมประสบการณ์ องค์รวม ช่วยทั้งการเยียวยาและความสุขทางอารมณ์ ผสมผสานกับอินโนเวชั่น และนวัตกรรม แผนขยายไปต่างประเทศคิดมาก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งก็คุยกับพันธมิตรนักลงทุนต่างชาติมาต่อเนื่อง ยิ่งมาเจอเหตุการณ์ใหญ่ซ้ำอีก กระทบต่อการเดินทางของคนต่างชาติมาไทย โดยเฉพาะชาวจีน หายไปถึง 90% ประเทศอื่นๆ ก็เช่นกัน และกว่าจะฟื้นตัวก็ใช้เวลานาน การจะรอนักท่องเที่ยวมาไม่ได้แล้ว ต้องออกไปแสวงหาในประเทศที่เรามองเห็นศักยภาพ บนแผนงานสู่ divana+s ซึ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อ divana ครบรอบ 30 ปี”

Advertisement

ธเนศขยายความว่า แผนลุยต่างประเทศปี 2569 จะเริ่มจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งได้มีการจัดตั้งบริษัทรองรับการบริหารงานแล้วที่ฮ่องกง ต่อด้วยแคนาดา เบื้องต้นจะเริ่มเปิดสาขาแรกใน 2-3 เมืองหลักซึ่งรูปแบบทั้งสปา รีเทลช็อป โปรดักต์ และวางระบบการบริหารจัดการ ให้กับพันธมิตรด้านโรงแรมและองค์กรขนาดใหญ่ ที่ต้องการบริการด้านสุขภาพไว้ให้บริการ ขณะเดียวกันก็เปิดกว้างร่วมพัฒนาบริการและสินค้ากับประเทศที่เข้าไปขยายสาขา วันนี้ โลกเปลี่ยนจากตะวันตกมาตะวันออก ซึ่งจีนเป็นต้นทางเทคโนโลนี ซัพพลาย สามารถนำจุดแข็งจีนมาผสมกับ divana ต่างประเทศที่เราจะไปต้องครบองค์รวมที่มีอยู่ในไทยและตอบโจทย์ลูกค้าที่บินมาไทย เพื่อใช้บริการจนติดใจ

สำหรับในประเทศไทย กลางปี 2569 จะเปิดสปาอีก 1 สาขาในโรงแรมกลางกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เป็นแฟล็กชิปสโตร์ที่พัทยา และกำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยอีกหลายแห่ง ซึ่งปัจจุบัน divana ช็อปรีเทล อยู่ที่เอ็มสเฟียร์, ไอคอนสยาม, ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค, เซ็นทรัลเวิล์ด ชั้น 1, เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 5, เอ็มโพเรียม, สยามพารากอน,คิง เพาเวอร์ รางน้ำ, คิง เพาเวอร์ วัน แบงค็อก, คิง เพาเวอร์ สนามบินสุวรรณภูมิ, คิง เพาเวอร์ สนามบินดอนเมือง, คิง เพาเวอร์ สนามบินภูเก็ต, SAMA การ์เด้น, ภูเก็ต สำหรับสปา สาขาซอยสมคิด, สีลม, นานา, ทองหล่อ, Dii เอ็มบาสซี, เชียงใหม่, ภูเก็ต ส่วนร้านคาเฟ่ มีสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1, เอ็มสเฟียร์, ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และภูเก็ต

ปลายเดือนมีนาคมปีนี้ เปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ “divana Perfumery & Cafe” ณ centralwOrld ชั้น 1 ภายในพื้นที่แบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ โซน Retail Boutique นำเสนอผลิตภัณฑ์กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของ divana อย่าง Oil Perfume, Room Fragrance และ Massage Oil โซน Atelier โซนเวิร์กช็อปที่นำเสนอ Scent Station เป็นเอกลักษณ์ของ divana เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมออกแบบกลิ่นในแบบของตัวเอง ผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เช่น Perfume Oil, Roller, Inhaler และ Sachet พร้อมการเลือก ผสม และตกแต่ง รวมถึงการ Personalize ลงบนผลิตภัณฑ์ เช่น Charm ห้อย Hand Cream เพื่อเป็นของใช้หรือของขวัญ และโซน Cafe พื้นที่แห่งการหยุดพักที่นำเสนอเครื่องดื่ม มาพร้อม Afternoon Tea Set รวบรวมขนมและของว่างนานาชนิด ทั้งยังได้ชมงานศิลปะจาก นริศรา เพียรวิมังสา ในคอลเล็กชั่น “Silent Lava” สะท้อนแนวคิด “In Her Hands” ผ่านงานปักร่วมสมัย

อีกสาขาที่สะท้อนตัวตน divana ในการเป็น Lifestyle Destination