‘ประพล’ แม่ทัพ TMAN กางกลยุทธ์กระจายเสี่ยงรับวิกฤตโลก ชู 5 สินค้าเรือธง-เจาะเทรนด์ longevity

17.05.26 | 10:07 น.

ในอดีต การดูแลสุขภาพอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องเฉพาะของคนบางช่วงวัย แต่ปัจจุบัน โลกที่เคยเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมถึงความกังวลต่อโรคอุบัติใหม่ ได้กลายเป็นแรงผลักสำคัญที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้คนทุกช่วงวัยให้หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ถ้าจะพูดให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เปรียบเสมือนกับการที่เราเลือกจะสร้าง “โล่ป้องกัน” ให้ร่างกาย แทนการรอรักษาเมื่อเกิดโรคแล้ว

เมื่อนึกถึงการสร้างโล่เพื่อเป็นเกราะป้องกันสุขภาพ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจึงเป็นสิ่งที่หลายคนนึกถึง และหากพูดถึงผู้ผลิตที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี หนึ่งในนั้นคือ บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าผลกระทบจากวิกฤตต่างๆ ทั่วโลกล้วนก่อให้เกิดความท้าทายกับหลายอุตสาหกรรม สำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพก็เช่นเดียวกัน ที่แม้ในปีนี้จะเผชิญกับความท้าทายและสถานการณ์วิกฤตจากทั้งในและต่างประเทศ บริษัทยังคงเดินหน้าธุรกิจตามวิสัยทัศน์ที่มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน พร้อมปรับกลยุทธ์รับมือความผันผวนของโลกยุคปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ในปี 2025 บริษัทสามารถสร้างรายได้รวมถึง 2,506.1 ล้านบาท

คุณประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศไทย ให้มุมมองว่า ปีนี้เป็นปีที่ท้าทายจากสถานการณ์วิกฤตต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังถือว่าโชคดีที่ธุรกิจที่ตนอยู่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับยารักษาโรคและการดูแลสุขภาพ ซึ่งก็จะมีผลกระทบบ้างและน้อยกว่าในอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้ประมาทในเรื่องนี้จึงมีการวางกลยุทธ์ที่กระจายความเสี่ยงในรอบด้านเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ภายในปีนี้และอีก 3 ปีข้างหน้า

ประพล ฐานะโชติพันธ์

“บุคคลต้นแบบในเรื่องการบริหารงานและชีวิต คือ คุณพ่อและคุณแม่ คุณแม่ได้เเบบอย่างเรื่องการบริหารงานที่ยืดหยุ่น และมี Mindset ของนวัตกรรม ส่วนคุณพ่อได้เเบบอย่างในเรื่องความขยัน อดทน อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ให้ได้รับความเอ็นดูจากผู้ใหญ่ในเรื่องการส่งเสริมในธุรกิจ สำหรับปัญหาความท้าทายที่เข้ามาก็เหมือนเป็นโจทย์ที่เราต้องแก้ หากไม่รู้ก็ไปถามผู้รู้แล้วค่อยๆ แก้ไปเรื่อยๆ” คุณประพลระบุ

Advertisement

สำหรับเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ คุณประพลระบุว่า เป้าหมายในปีนี้ คือ การเติบโตยอดขายไม่ต่ำกว่า 10-15% ต่อปี และทำกำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมคือ ไม่ต่ำกว่า 15-16% และเป้าหมายในอีก 3 ปีข้างหน้า คือเป็น 1 ใน 3 ของตลาดร้านขายยา (OTC), 1 ใน 10 ของตลาดโรงพยาบาล รวมทั้งสร้างแบรนด์ Propoliz (โพรโพลิซ) ให้เป็น inter brand

สำหรับแผนการขยายธุรกิจ บริษัทมีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ จากทีม R&D ของบริษัท โนว่า เฮลธ์ จำกัด ที่เป็นบริษัทในเครือที่ดูแลด้านนวัตกรรม และนำเข้าจากพาร์ตเนอร์ปีละไม่ต่ำกว่า 15-18 รายการ และใน 3 ปีข้างหน้ามีแผนขยายกำลังการผลิตในส่วนยาแผนปัจจุบัน ขยายประเภทสินค้า ขยายออฟฟิศ และ Warehouse เพื่อรองรับการขยายของพนักงานและการขยายธุรกิจรับจัดจำหน่ายรวมทั้งขยายกำลังผลิตฝั่ง Healthcare รองรับการโตของธุรกิจรับจ้างผลิตจากแบรนด์ภายนอก (OEM) และสินค้า House brand และยังมีแผนการลงทุน M&A ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ healthcare

‘S4’ กลยุทธ์เสริมแกร่ง-พัฒนาธุรกิจใหม่

คุณประพลระบุว่า ภาพรวมโครงสร้างกลยุทธ์ ประกอบด้วย S1 เพิ่มมูลค่าและเสริมแกร่งให้ธุรกิจเติบโตเต็มที่ โดยการทำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาที่ผู้บริโภคสามารถซื้อได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งยา และการทำตลาดรับจ้างผลิตสินค้า ซึ่งเป็นส่วนช่วยรักษาฐานรายได้ที่มั่นคง รวมทั้งมีการกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนที่จะผลักดันแบรนด์ผลิตภัณฑ์ Propoliz ให้เติบโตและยกระดับไปสู่การเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค (Regional Brand)

S2 เร่งขยายธุรกิจที่กำลังเติบโต คือ การมุ่งเน้นรุกตลาดและขยายช่องทางการขายเข้าไปในกลุ่มโรงพยาบาลและการผลักดันยอดขายและขยายตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ รวมไปถึงการเร่งขยายธุรกิจในด้านการจัดจำหน่ายและการกระจายสินค้า

S3 การสำรวจและพัฒนาธุรกิจใหม่ (New S-Curves) สำหรับอนาคต Longevity (ศาสตร์แห่งการมีอายุยืนยาว): เป็นแกนหลักสำหรับธุรกิจในอนาคต โดยมุ่งเน้นการพัฒนาใน 3 แขนงย่อย ได้แก่ 1.ด้านสุขภาพโดยรวม 2.ด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และ 3.ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ

และ S4 ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน เพื่อให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมาย S1-S3 ได้สำเร็จ โดยต้องอาศัยความเป็นเลิศใน 3 องค์ประกอบหลักภายในองค์กร ได้แก่ 1.การให้ความสำคัญกับทุนมนุษย์ หรือการพัฒนาบุคลากร 2.การปรับปรุงกระบวนการทำงานให้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และ 3.การวางนโยบายที่สนับสนุนการทำงานและทิศทางของบริษัท

ชู 5 สินค้าเรือธงกวาดโกยรายได้ทะลุ 2,500 ล้าน

คุณประพลระบุว่า ในปี 2025 สินค้าเรือธง 5 แบรนด์หลักที่มีความโดดเด่นและทำผลงานได้ดีกว่าตลาด สามารถสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วน 39% ของรายได้รวมทั้งหมด หรือมูลค่า 987 ล้านบาท ได้แก่ โพรโพลิซ (Propoliz), ไวต้า-ซี (Vita-C), ไมด้า-บี (Myda-B), ไอบูแมน(IBUMAN) และไอยรา (Iyara) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ที่เหลือในพอร์ตโฟลิโอมีสัดส่วนรายได้รวมกันที่ 61%

ทั้งนี้ ในปี 2025 สำหรับสัดส่วนรายได้ตามหน่วยธุรกิจ ได้แก่ สินค้าแบรนด์ของบริษัท (House brand), ธุรกิจรับจ้างผลิตจากแบรนด์ภายนอก (OEM) และธุรกิจจัดจำหน่ายจากแบรนด์บุคคลภายนอก (DBU) สร้างรายได้รวม 2,506.1 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนดังนี้ 1.แบรนด์ของบริษัท 83.7% ซึ่งมาจากการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพของบริษัท 2.ธุรกิจจัดจำหน่าย 13.4% มาจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายแบรนด์ของบุคคลที่สาม และ 3.ธุรกิจรับจ้างผลิต 2.9% มาจากการรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์อื่น

สัดส่วนรายได้ในประเทศและต่างประเทศ (Revenue Breakdown by Customers) 1.ลูกค้าต่างประเทศ (International Customer) มีสัดส่วนอยู่ที่ 6.1% (ส่วนในปี 2024 อยู่ที่ 8%) และ 2.ลูกค้าในประเทศ เมื่อนำสัดส่วนต่างประเทศ 6.1% หักออกจาก 100% จะพบว่าสัดส่วนรายได้จากลูกค้าในประเทศไทย (รวมร้านยา, โรงพยาบาล, คลินิก ฯลฯ) รวมกันอยู่ที่ประมาณ 93.9% ในปี 2025

สำหรับรายได้จากช่องทางการจัดจำหน่ายหลักของ TMAN ในปี 2025 เรียงตามลำดับสัดส่วนรายได้ ดังนี้ 1.ร้านยา (Pharmacy) คือช่องทางอันดับหนึ่ง คิดเป็น 51.9% 2.โรงพยาบาล (Hospital) เป็นอันดับสอง คิดเป็น 14.9% 3.ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Retail และ MTD) เป็นอันดับสาม คิดเป็น 12.2% และ 4.ช่องทางอื่นๆ ได้แก่ อื่นๆ 8.8%, ลูกค้าต่างประเทศ (International Customer) 6.1%, คลินิก (Clinic) 5.7% และลูกค้าทั่วไป (Individual Customer) 0.5%

สำหรับสัดส่วนประเภทสินค้า แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์ยา (Pharmaceutical products) สัดส่วนรวม 63.4% แบ่งออกเป็น ยาแผนปัจจุบัน (Modern Medicine) 46.9% และผลิตภัณฑ์สมุนไพร (Herbal Products) 16.5% และ 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Healthcare products) สัดส่วนรวม 36.6% แบ่งออกเป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง (Supplements and Cosmetics) 33.6% และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่นๆ (Other Healthcare Products) 3.0%

เทรนด์และโอกาสจากอุตสาหกรรมสุขภาพ

คุณประพลระบุด้วยว่า เทรนด์ที่คนใส่ใจสุขภาพ และอยากมี longevity ที่ยาวนานขึ้น หรือศาสตร์และแนวคิดการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ไม่ได้เป็นเทรนด์สำหรับคนสูงอายุเท่านั้น บริษัทจึงปรับการพัฒนาสินค้าอาหารเสริมให้มาทางด้าน longevity ซึ่งจากเดิมเคยเป็น healthcare product ขณะเดียวกัน Medical hub และ Wellness hub จะทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยวประเทศไทยและมาใช้สินค้าและบริการด้านนี้ ทางบริษัทก็มีโอกาสในการนำเสนอสินค้ากลุ่มส่งเสริมสุขภาพที่หลากหลายและครบวงจร กระจายในทุกช่องทางที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาซื้อสินค้า และใช้บริการได้ ตั้งแต่ร้านยา โรงพยาบาล รวมไปถึงร้าน Modern trade และ traditional trade และสุดท้าย คุณค่าร่วมที่บริษัทสร้างได้ คือการสื่อให้เห็นถึงนวัตกรรมของคนไทยที่พัฒนาจากสมุนไพรที่เป็นเอกลักษณ์ ที่มีประสิทธิภาพที่ดีเทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบันและยาต่างประเทศ

คุณประพลระบุว่า อยากให้ภาครัฐส่งเสริมการใช้สินค้านวัตกรรมไทยให้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยอาจจะให้มีงบพิเศษหรือมาตรการที่ช่วยสนับสนุนให้เป็นรูปธรรมในระบบสาธารณสุขของประเทศไทย รวมทั้งอยากให้กระทรวงพาณิชย์มีการจัดนำสินค้านวัตกรรมไทยไป matching และ roadshow ยังต่างประเทศที่มีศักยภาพและสนใจ โดยให้มีการติดตามผลและผลักดันอยู่อย่างต่อเนื่อง สุดท้ายอยากให้สถาบันศึกษาควรให้นักศึกษามาทำงานร่วมกับบริษัทเพื่อรับโจทย์ pain point ของบริษัทไปทำปริญญานิพนธ์แล้้วนำผลงานนั้นไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้จริงๆ และลดระยะเวลาที่เด็กจบใหม่ต้องมาทดลองงานในการทำงานจริงได้

ลุยงานหนัก สอบถามถึงเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ คุณประพลเล่าว่าชีวิตนอกเวลางานของตนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ทั้งจากภายนอกและภายใน โดยในทุกเช้าจะออกกำลังกายด้วยการเดินอย่างน้อย 30-45 นาที ควบคู่ไปกับการจัดสมดุลการนอน พยายามเข้านอนไม่ดึก และพักผ่อนให้ได้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน

นอกจากนี้ ยังใส่ใจเรื่องโภชนาการ โดยเลือกรับประทานอาหารเสริมเพื่อบำรุงร่างกายเป็นประจำ อาทิ Fish Oil, Vitamin C และ Probiotic เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงจากภายใน

สำหรับเวลาว่าง คุณประพลมีงานอดิเรกที่หลากหลาย ทั้งการร้องเพลง เล่นดนตรี และเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นกอล์ฟ ฟุตบอล ปิงปอง หรือบาสเกตบอล อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับช่วงเวลาในครอบครัว ด้วยการเล่นเกมร่วมกับลูกๆ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มความสุขในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี