สงครามราคา AI กับการใช้งานอย่างมี ‘คุณภาพ’

29.05.26 | 09:47 น.

การเติบโตของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) หรือ เอไอ ในปัจจุบัน ทั้งการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น รวมถึงราคาที่ถูกลง ในแบบที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอไอที่สามารถเขียนโค้ด (Code) เพื่อสร้างเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่น ได้เองอย่าง Claude Code หรือ Cursor และอีกหลายโปรแกรม ทำให้ทุกคนสามารถที่จะพัฒนาเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นได้เอง ถ้ารู้จักที่จะใช้โปรแกรม จนทำให้ปัจจุบันเกิดสงครามราคาในธุรกิจด้านการพัฒนาระบบ

โดยการแข่งขันราคาที่เกิดขึ้นในธุรกิจการพัฒนาระบบว่า เมื่อทุกคนสามารถเป็นผู้พัฒนาระบบได้เอง ผ่านเอไอที่สามารถนำมาใช้งานเขียนโค้ดได้ ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบ แต่มีความเข้าใจเรื่องการเขียนออกคำสั่งให้เอไอ (Prompt) เขียนโค้ดสร้างเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นจากโปรแกรมเอไอ อย่าง Claude Code หรือ Cursor สามารถที่จะรับงานในการพัฒนาเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นได้ โดยเสนอราคาที่ถูกกว่าบริษัทที่พัฒนาระบบในระดับองค์กรได้

“การที่เอไอถูกพัฒนาให้สามารถเขียนโค้ดได้ เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าการใช้งานในการออกแบบไม่มีความเชี่ยวชาญ ไม่เข้าใจกระบวนการทำงาน ทำเพียงการออกคำสั่งให้เอไอสร้างเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น รวมถึงระบบที่พัฒนาออกมา อาจมีปัญหาเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย คุณภาพของการใช้งาน อาจสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้งานได้ จึงเป็นเรื่องที่ผู้พัฒนาและผู้นำไปใช้ต้องให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพ มาตรฐานการใช้งาน และความปลอดภัยของการนำเอไอมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ”

การพัฒนาเอไอตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้การเข้าถึงเอไอของทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน มีความสะดวก รวดเร็ว และง่ายขึ้น รวมถึงต้นทุนในการเข้าถึงเอไอ เพื่อนำมาใช้งานในการเพิ่มประสิทธิภาพและต่อยอดธุรกิจ มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

ปัจจุบัน เอไอถูกพัฒนาในระดับที่สามารถสร้างโค้ดได้เอง ทำให้เกิดผู้พัฒนาระบบโดยใช้เอไอในการเขียนโค้ดเป็นจำนวนมากขึ้น และให้บริการกับลูกค้าในราคาที่ถูกลงกว่าบริษัทผู้พัฒนาระดับองค์กรได้ ซึ่งเอไอที่ราคาถูกลงก็จะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และมีโอกาสที่จะเกิดผู้ประกอบการที่มีผู้บริหารและพนักงานคนเดียวได้ หรือ Single Enterprise เกิดขึ้น

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยด้านการตลาด สัญชาติญี่ปุ่น Carta Marketing Firm ระบุว่า ในปี 2568 สัดส่วนผู้ก่อตั้งบริษัทคนเดียว ทั่วโลกเพิ่มจาก 23.7% ในปี 2562 เป็น 36.3% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ขณะที่ในจีน จำนวนบริษัทลักษณะนี้เพิ่มขึ้น 47% ผู้ประกอบการบางรายใช้ AI ทำงานแทบทุกด้าน ดันกำไรเพิ่ม 20-30% บางรายมีผู้ใช้งานรายวันกว่า 2 แสนคน จนมูลค่าบริษัททะลุ 30 ล้านหยวน (ราว 135 ล้านบาท) แต่ก็ยังเผชิญความท้าทายด้านบัญชี กฎหมาย และการบริหาร

พัฒนาการของเอไอและต้นทุนในการเข้าถึงเอไอมาใช้ในการทำงานที่ถูกลงเป็นการสร้างโอกาสของประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กในการเข้าถึงเอไอ และนำเอไอมาใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องเลือกใช้เอไอที่มีคุณภาพและตอบโจทย์กับการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องคำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานในการทำงาน

การที่มีเอไอที่สามารถเขียนโค้ดได้ ทำให้การแข่งขันเรื่องของราคาเริ่มเข้ามามีบทบาทในการทำงานในการพัฒนาระบบ ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ เริ่มมีคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญ แต่สามารถที่จะเขียนคำสั่ง (Prompt) เพื่อให้เอไอที่สร้างโค้ด สามารถสร้างโค้ด ออกแบบระบบได้ แล้วไปเสนอขายงานระบบในราคาที่ถูกกว่าแข่งกับผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบด้วยเอไอ กลายเป็นสงครามราคาในธุรกิจพัฒนาระบบเอไอ

ท่ามกลางแนวโน้มของสงครามราคาที่กำลังเกิดขึ้นนั้น ปัญหาใหญ่ของสงครามราคาคือ คุณภาพของงานระบบที่ออกมา ที่อาจจะมีปัญหาในเรื่องของความเสี่ยงในการใช้งานทั้งเรื่องของความปลอดภัยของระบบรวมไปถึงระบบการทำงานที่ไม่เสถียร เพราะการพัฒนาระบบด้วยเอไอต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง เพราะยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดได้

จากผลการวิจัยของ มหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด และคาร์เนกี้ เมลลอน (Stanford และ Carnegie Mellon) ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าในกระบวนการใช้ Agentic AI ในการทำงานในสำนักงานปัจจุบัน มีอัตราความล้มเหลวพุ่งถึง 70% เนื่องจากเอไอต้องการทำงานให้สมบูรณ์ เมื่อได้รับข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ เอไอจะสร้างข้อมูลขึ้นมาให้สมบูรณ์เพื่อที่จะทำให้งานเสร็จตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งการสร้างข้อมูลขึ้นมา สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ ทั้งการสร้างข้อมูลใบเสร็จ ไปจนถึงการบันทึกบัญชี ผลการศึกษาระบุว่า สุดท้ายแล้วการนำเอไอมาใช้ในการทำงานต้องควบคุมด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มีความเข้าใจและตรวจสอบที่เข้มงวด เพื่อให้ได้ผลงานที่ตรงตามความต้องการของการใช้งาน

ยกตัวอย่าง เพื่อนผมพยายามให้เอไอเขียนโค้ดเอง แต่เขาไม่มีประสบการณ์ทำโปรแกรม เขาไปรับงานแก้ระบบเอไอให้ลูกค้า โดยใช้เอไอเขียนโค้ดแก้ให้ สรุปแก้ไปแก้มาทำให้ระบบของลูกค้ามีปัญหา สุดท้ายต้องโดนปรับเพราะแก้กลับไม่ได้ ดังนั้นการที่มีเอไอที่เขียนโค้ดได้ และทำให้เกิดผู้สร้างระบบด้วยเอไอรุ่นเยาว์ เกิดขึ้นมาจากการที่ต้นทุนในการเข้าถึงเอไอได้ถูกลงก็ตาม แต่คนที่จะคุมและพัฒนาระบบอย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพในการทำงาน ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ในการควบคุมพัฒนาเอไอ เพื่อสร้างระบบที่มีคุณภาพและมาตรฐานในการทำงานให้กับผู้ใช้งาน

ดังนั้น การเลือกใช้ผู้พัฒนาระบบเอไอ หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ราคาที่ถูก แต่ต้องเลือกใช้ผู้พัฒนาระบบเอไอที่มีผู้ที่เชี่ยวชาญ เข้าใจกระบวนการทำงานขององค์การ เพื่อที่จะสามารถสร้างระบบเอไอที่มีมาตรฐาน สร้างเสถียรภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีกว่า เพราะของถูกไม่ได้ดีเสมอไป