ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติของทั่วโลก ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ทุกองค์กรต้องเพิ่มการเรียนรู้และปรับตัวให้รู้ทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และวางทิศทางในอนาคต ดังนั้น “การรู้เขารู้เรา” จึงเป็นเรื่องสำคัญ
ล่าสุดได้เดินทางร่วมคณะ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) กระทรวงพาณิชย์ นำโดย นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดี ทป. ที่นครเซี่ยงไฮ้ ฝั่งตะวันออกของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในภารกิจประชุมหารือกับหน่วยงานด้านทรัพย์สินทางปัญหาแห่งชาติจีน และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2569
วันแรกของการเดินทาง คือ การเยี่ยมชมตลาดค้าส่งผลไม้ฮุยจ่าย ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการนำเข้าและกระจายผลไม้ที่สำคัญของจีนตะวันออก กระจายไปทั่วนครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจ้อเจียง เจียงซู และอานฮุย อีกทั้งเป็นแหล่งรวบรวมผลไม้นำเข้าจากทั่วโลก ปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี โดยแต่ละปีจะมีการนำเข้าผลไม้หน้าร้อนจากไทย อาทิ ทุเรียน มังคุด ส้มโอ มะม่วง ฯลฯ ตลาดค้าส่งแห่งนี้พัฒนาการให้บริการทั้งการไลฟ์สด และแยกบรรจุสินค้าเพื่อค้าปลีกป้อนตลาดออนไลน์ รองรับตลาดออนไลน์ของชาวจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็วด้วย
ระหว่างการเยี่ยมชมตลาดส่งแห่งนี้ ด้านหนึ่งได้จัดกิจกรรมเจรจาซื้อขายระหว่างผู้ส่งออกผลไม้ไทยกับผู้นำเข้าผลไม้ของจีน ไฮไลต์ไม่แค่การขายผลไม้แบบเดิมๆ แต่เพิ่มการรู้จักสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทย โดยครั้งนี้ได้นำเสนอ 6 สินค้า GI จาก 6 จังหวัด ได้แก่ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) ทุเรียนจันท์ (จันทบุรี) และมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก ซึ่งเป็นที่น่ายินดีผู้นำเข้าจีนได้เหมาซื้อล่วงหน้าทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษถึง 500 ตัน รวมกับสินค้าชนิดอื่นๆ ครั้งนี้น่าจะมีเงินเข้าประเทศได้เกินร้อยล้านบาท ที่สำคัญได้เกิดการนัดหมายที่ทางผู้บริหารตลาดฮุยจ่านจะมาเยือนไทยช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 เน้นชมแหล่งผลิตสินค้า GI ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช)

สำหรับสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 260 รายการ และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 116,253 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มผลไม้ 45% โดยที่สินค้า GI ไทย 11 รายการได้รับความคุ้มครองใน 33 ประเทศ และมี 3 รายการที่สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีน (CNIPA) อยู่ระหว่างพิจารณาคำขอขึ้นจีไอ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม และศรีสะเกษ) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) และมะขามหวานเพชรบูรณ์ อีกทั้งได้นำ ผลไม้ GI จาก 6 จังหวัด เปิดพื้นที่จำหน่าย ที่ Ol Boutique Supermarket ห้างค้าปลีกระดับพรีเมียมของนครเซี่ยงไฮ้ ด้วย
จากนั้นได้เดินทางไป บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด เพื่อรับฟังความคืบหน้าประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหารือแนวทางความร่วมมือประยุกต์ใช้ AI สนับสนุนภารกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย โดยเฉพาะการตรวจสอบคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตร การให้บริการข้อมูลและให้คำปรึกษาแก่ประชาชนในอนาคต ทั้งนี้ หัวเว่ย มีการลงทุนด้าน R&D กว่า 192,300 ล้านหยวน หรือ 21.8% ของรายได้รวมบริษัท ถือครองสิทธิบัตรมากกว่า 165,000 ฉบับทั่วโลก ปี 2567 หัวเว่ยยื่นคำขอสิทธิบัตรระหว่างประเทศภายใต้สนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (PCT) มากสุดในโลกถึง 6,600 คำขอ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตทางธุรกิจ
วันถัดมาเดินทางไป สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและแนวปฏิบัติด้านทรัพย์สินทางปัญญา ในประเด็นการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตรวจสอบคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา โดยใช้ AI ตรวจสอบคำขอเบื้องต้นการยกระดับความร่วมมือบังคับใช้สิทธิและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงขับเคลื่อนด้าน IP Finance
วันที่สองนี้ยังได้เข้าชม The Bund City Hall และพบผู้บริหารของ MINISO ค้าปลีกรายหนึ่งของจีน ที่จัดตั้งเมื่อปี 2556 จำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ ผ่านโมเดลธุรกิจเน้นการออกแบบ ผ่านความร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์ และ Character ระดับโลก โดย MINISO เปิดแกลเลอรี่แสดงภาพวาดผลงานศิลปะของศิลปินในสังกัดเป็นที่แรกในเซี่ยงไฮ้ โดยวันที่ไปชม เป็นการจัดแสดงผลงานของ Ryo Laksamana ที่รู้จักในชื่อ RYOL ศิลปินร่วมสมัยชาวอินโดนีเซีย ภายใต้นิทรรศการ “Life from the Corner of My Room” ถือเป็นนิทรรศการแรกของ MINISO Gallery ที่นครเซี่ยงไฮ้ สำหรับประเทศไทย MINISO สนใจจะนำผลงาน “น้องมะม่วง” ของ ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร และผลงาน “Wednesday” คาแร็กเตอร์สุนัขพันธุ์ดัชชุนด์ ของ นิวเยียร์-ปภากร ศรีกัลยกร จัดแสดงที่ MINISO Gallery ณ นครเซี่ยงไฮ้ ต้นปี 2570 โดย MINISO มีแผนเปิดแกลเลอรี่ในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย ให้ครบ 6 แห่งภายใน 2-3 ปีจากนี้ หากความร่วมมือขยายตัวได้อีก ถือเป็นโอกาสของศิลปินไทยเปิดตัวเข้าตลาดโลกด้วย

“MINISO จะมาพบกับศิลปินนักสร้างสรรค์ไทย ในงาน Thailand Character and Content Expo (TCEX) มหกรรมแสดงผลงานและเจรจาธุรกิจด้านคาแร็กเตอร์ คอนเทนต์ และทรัพย์สินทางปัญญาสร้างสรรค์ของประเทศไทย ที่กรมจะจัด 9-12 กรกฎาคมนี้ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ และงาน Art Universe Thailand การจัดแสดงผลงานลิขสิทธิ์ของศิลปินไทยและสร้างโอกาสในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ผ่านเครือข่ายศิลปิน ผู้ประกอบการ นักลงทุน นักสะสม และภาคธุรกิจ ระหว่าง 7-16 สิงหาคม 2569 ณ Cloud 11 Bangkok” นางอรมนกล่าว
วันที่เหลือของการเดินทางครั้งนี้ ได้เข้าชม งานมหกรรมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมนานาชาติ (CSITF 2026) เวทีด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญของจีน และเป็นเวทีการซื้อขายและถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ที่มีพื้นที่จัดงานกว่า 35,000 ตารางเมตร มีผู้แสดงผลงานเกือบ 1,000 บริษัท จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก โดยมีผู้เข้าชมงานกว่า 50,000 คนต่อปี และกว่า 85% เป็นนักธุรกิจ นักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านธุรกิจและการลงทุนจากภาคอุตสาหกรรมชั้นนำทั้งนี้ ครั้งนี้ กรมได้นำเสนอผลงานนวัตกรรมไทยที่มีศักยภาพสูง 50 ผลงานจากสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนไทย ที่เป็นสาขาที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและตอบโจทย์ความท้าทายแห่งอนาคต ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในงานได้เกิดการเจรจาเชิงพาณิชย์แล้วกว่า 10 ล้านบาท
ภายใน CSITF 2026 พบการแข่งขันเปิดตัวเทคโนโลยีแห่งอนาคตและแสวงหาโอกาสความร่วมมือ โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์อัจฉริยะ เทคโนโลยีสีเขียว เทคโนโลยีสะอาด รวมถึงเทคโนโลยีด้านการเกษตรสมัยใหม่ อาทิ หุ่นยนต์เลียนแบบการเคลื่อนไหวของสัตว์ของบริษัท Magic Lab ระบบหุ่นยนต์สั่งการด้วยคลื่นสมองมนุษย์ และอุปกรณ์สวมใส่สำหรับติดตามข้อมูลสุขภาพร่างกายของตนเองแบบเรียลไทม์ ของบริษัท Maschine Robot อากาศยานไฟฟ้าส่วนบุคคลสำหรับการเดินทางระยะสั้นและเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ ของบริษัท Nanjing Kuailun Zhineng Technology เป็นต้น

“การเข้าร่วมงาน CSITF ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญจะสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศ เป็นต้นแบบการผลักดันงานแสดงแบบนี้ในไทย โดยกรมจะจัดงาน IP X Venture 2026 มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคต ระหว่าง 27-29 สิงหาคมนี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นอีกกิจกรรมที่ตอกย้ำบทบาทของกรมในการผลักดันทรัพย์สินทางปัญญาไทยจากการคุ้มครองสิทธิ สู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”
โดยอธิบดีอรมนย้ำว่า การสำรวจความเปลี่ยนแปลงในหลายประเทศยังมีต่อเนื่อง ซึ่งจะนำเสนอในโอกาสถัดไป



