นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงสถานการณ์ท่องเที่ยว เดือนพฤษภาคม 2561 ว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวเดือนที่ผ่านมาโตในอัตราชะลอตัว ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวขยายตัว 6.35% จากปกติที่มีการขยายตัวเฉลี่ยเดือนละประมาณ 10% จากปัจจัยช่วงโลว์ซีซั่น และการถือศีลอดของมุสลิม ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลาง มาเลเซียลดลง ขณะเดียวกันในเดือมิถุนายน-กรกฎาคมมีการแข่งขันฟุตบอลโลก ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเลือกรับชมฟุตบอลโลกมากกว่าออกเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวรัสเซียที่มียอดติดลบในเดือนที่ผ่านมาจึงมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 2.76 ล้านคน โดยในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกมากที่สุด 2.05 ล้านคน รองลงมาเป็นนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรป เอเชียใต้ อเมริกา โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาตามลำดับ ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นนักท่องเที่ยวอันดับหนึ่ง
“ในเดือนพฤษภาคมยอดนักท่องเที่ยวชะลอตัวลง จากปัจจัยช่วงโลว์ซีซั่น การถือศีลอดของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่ปีนี้เลื่อนเวลาเร็วขึ้น และการแข่งขันฟุตบอลโลก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป การท่องเที่ยวจะกลับมาผงกหัวขึ้น และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ 3 ล้านล้านบาท ตามเป้าที่รัฐบาลวางไว้” นายพงษ์ภาณุกล่าว
ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม มีรายได้จากการท่องเที่ยว 1.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 6% แบ่งเป็น รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 8 แสนล้านบาท และรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 3.5 แสนล้านบาท เมื่อรวมทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วน 40% ของเป้าทั้งปีที่วางไว้ ซึ่งคาดว่าจะทำได้ตามแผนแน่นอน และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 37-38 ล้านคน
สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในเมืองรองขณะนี้ การกระจายตัวของการท่องเที่ยวเริ่มชัดขึ้น ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของรัฐบาล โดยในเดือนพฤษภาคม มียอดการใช้จ่ายของการท่องเที่ยวเมืองรองประมาณ 20,000 ล้านบาท ขยายตัว 8.7% และยอดนักท่องเที่ยวช่วง 4 เดือนแรกอยู่ที่ 28.7 ล้านคน ขยายตัว 5% โดยจังหวัดเมืองรองที่นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดคือลพบุรี โดยเฉพาะบ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ซึ่งอาจจะได้รับอิทธิพลจากการตามรอยละครบุพเพสันนิวาส
นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องขยะพลาสติก ทางกระทรวงการท่องเที่ยวจะร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษามาตรการเพิ่มเติม และรณรงค์ให้มีการใช้ถุงพลาสติกซ้ำในพื้นที่อุทยาน เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีขยะพลาสติกสูงเป็นอันดับที่ 6 ของโลก หรือมีปริมาณ 27 ล้านตันต่อปี คิดเป็นขยะพลาสติกทางทะเล 1 ล้านตันต่อปี

