กรณีส.ป.ก.ชุมพร ขอรับการสนับสนุนสนธิกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และผู้นำท้องที่กว่า 100 นาย เข้าปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่จากบริษัท สหไทยน้ำมันพืช จำกัด เลขที่ 149 หมู่ 4 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร แปลงเลขที่ No.83 เนื้อที่ประมาณ 6,415.13 ไร่ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 36/2559 โดยมี นายธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และข้าราชการระดับสูงใน จ.ชุมพร อาทิ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร เกษตรจังหวัดชุมพร นายทหารจาก กอ.รมน.ชุมพร นายทหารจาก มทบ.44 และผู้นำท้องที่ใน ต.หงษ์เจริญ ร่วมเป็นสักขีพยานในการประกาศขอยึดคืนพื้นที่และติดป้ายห้ามดำเนินกิจการใดๆ หน้าอาคารที่ทำการและรอบๆ สวนปาล์มน้ำมันทั้ง 6,415.13 ไร่ โดยขอให้ผู้บริหารบริษัท สหไทยฯ พร้อมบริวาร พนักงาน ออกจากพื้นที่ก่อนเวลา 14.00 น.วันที่ 19 มิถุนายน 2561 นั้น
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 บรรยากาศบริเวณทางเข้า-ออกบริษัท สหไทยฯ ได้มีกำลังทหารจาก มทบ.44 ร่วมกับชุดรักษาความสงบเรียบร้อยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบยานพาหนะบริเวณป้อมยามประตูทางเข้า-ออกตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนภายในที่ทำการบริษัท สหไทยน้ำมันพืช จำกัด ปรากฏว่ายังไม่มีการเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ คนงาน และเครื่องจักรกลออกนอกพื้นที่ตามคำสั่งของ ส.ป.ก.ชุมพรแต่อย่างใด โดยคนงานยังปฏิบัติงานกันตามปกติ ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินคดีนั้น นายนิรัตน์ จันทร์สุวรรณ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร ได้มอบหมายให้นิติกรของ ส.ป.ก.ชุมพร เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.สลุย อ.ท่าแซะ และพนักงานสอบสวน สภ.สลุยกำหนดเรียกผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษคือ ส.ป.ก.ชุมพรไปให้ปากคำอีกครั้งในวันที่ 21 มิถุนายน 2561 เพื่อเตรียมออกหมายเรียกหรือหมายจับต่อไป
สำหรับในรายละเอียดที่นิติกรของ ส.ป.ก.ชุมพรเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สุนทร พิทักษ์สุข พนักงานสอบสวน สภ.สลุย สรุปได้ว่า ตามที่ ส.ป.ก.ชุมพรได้แจ้งให้ผู้จัดการบริษัท สหไทยฯ พร้อมบริวารของบริษัท ได้แก่พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างของบริษัทออกจากที่ดินแปลงเลขที่ No.83 ภายในเวลา 14.00 น.วันที่ 19 มิถุนายน 2561 ปรากฏว่า เมื่อครบเวลาดังกล่าว กรรมการบริษัทได้แก่ นายยศ เด่นไพศาล บุตรชาย และบริวารของบริษัท ได้แก่ นางสาวลัดดา นุ้ยเกียว นายปรีชา (ไม่ทราบนามสกุล) และบุคคลตามภาพประกอบ ได้จงใจฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว ไม่ยอมออกจากพื้นที่ ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐในการปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 เพื่อนำที่ดินไปจัดสรรให้แก่ราษฎรต่อไป จึงขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดฐาน “ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน”

