หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนระดม10,0...

เอกชนระดม10,000ชื่อโวยรัฐ-ทวงคืนสถานีที่ 10 ระยองของรถไฟเชื่อม3สนามบิน

20.06.18 | 15:37 น.

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานนายนพดล ตั้งทรงเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง พร้อมผู้แทนชมรมธนาคารจังหวัดระยอง สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง สภาอุตสาหกรรม จังหวัดระยองและภาคเอกชนในจังหวัดระยอง ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อจำนวน 10,000 ชื่อ พร้อมยื่นหนังสือทวงคืนสถานีรถไฟความเร็วสูงสถานีที่ 10 ระยอง ผ่านนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการ จังหวัดระยอง ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง

นายนพดล ตั้งทรงเจริญ ประธานหอการค้า จังหวัดระยอง กล่าวว่านโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี (ระยอง –ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา) ล่าสุดเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสถานีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิและอู่ตะเภารวม 10 สถานี เหลือ 9 สถานี ส่วนสถานีที่ 10 ตัวเมืองระยองถูกตัดออกไปอยู่ในโครงการระยะที่ 2 ระยอง –จันทบุรีและตราด ซึ่งไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลแจ้งประชาชนชาวระยองทราบเริ่มตั้งแต่เริ่มต้นโครงการอีอีซี


โดยทางคณะกรรมการอีอีซีให้เหตุผลว่า ติดปัญหาเรื่องการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการด้านสิ่งสิ่งแวดล้อม จึงมีมติให้ปรับแผนการดำเนินโครงการระยะที่ 1 ให้สิ้นสุดที่สนามบินอู่ตะเภา สถานีที่ 9 และให้การรถไฟแห่งประเทศไทยศึกษาความเหมาะสมของโครงการครอบคลุมในเรื่องการออกแบบ การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและรูปแบบการลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงอู่ตะเภา –ระยอง –จันทบุรี-ตราด ในระยะที่ 2

นายนพดล ประธานหอการค้า จังหวัดระยอง กล่าวว่าชาวระยองมีความหวังสูงมากต่อการมีสถานีรถไฟความเร็วสูง สถานีระยอง เพราะมีผลต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในอนาคตและมีโอกาสในการพัฒนาความเจริญของเมืองระยองทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมทุกอาชีพ จึงมีการประชุมร่วมกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลคืนสถานีรถไฟความเร็วสูง สถานีที่ 10 ระยอง ให้อยู่ในโครงการระยะที่ 1ตามเดิม ดังนั้นหอการค้าจังหวัดระยองพร้อมด้วยภาคเอกชนร่วมลงชื่อจำนวน 10,000 รายชื่อเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้พิจารณาเร่งรัดให้สถานีระยองเกิดขึ้นในโครงการระยะที่ 1ตามเดิม

ด้านนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการ จังหวัดระยอง กล่าวว่าจะนำเรื่องเสนอรัฐบาลเพื่อให้พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งทั้งหมดต้องขึ้นอยู่ที่รัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร

Advertisement