หน้าแรก เศรษฐกิจ ออกเกณฑ์กำกับ...

ออกเกณฑ์กำกับสินทรัพย์ดิจิทัลสิ้นเดือนนี้ ฟากธปท.พร้อมผ่อนคลายเกณฑ์คุมแบงก์

22.06.18 | 06:34 น.

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. คาดว่าจะออกประกาศแนวทางกำกับสินทรัพย์ดิจิทัลภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยรายละเอียดจะคล้ายกับที่ได้รับฟังความคิดเห็นไปก่อนหน้านี้ อาทิ การเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน(ไอซีโอ) จะมีการขายต่อนักลงทุนรายย่อยเพื่อป้องกันความเสี่ยง ขณะที่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งจะไม่ได้จำกัด เป็นต้น รวมทั้งเกณฑ์กำกับอื่นๆ ทั้งนี้ ได้หารือกับนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ในเบื้องต้น ถึงแนวทางกำกับสถาบันการเงิน จากก่อนหน้านี้ธปท.มีกฎเกณฑ์ 5 ข้อที่ห้ามไม่ให้สถาบันการเงินยุ่งเกี่ยวสกุลเงินดิจิทัล โดยเชื่อว่าหลังก.ล.ต.ประกาศหลักเกณฑ์กำกับภายในเดือนมิถุนายนนี้ คาดว่าทาง ธปท.จะมีการปรับกฎเกณฑ์ให้มีความผ่อนคลายและสอดรับกับหลักเกณฑ์ ก.ล.ต.

นายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ธปท.พร้อมปรับกฎเกณฑ์ 5 ข้อที่ห้ามไม่ให้สถาบันการเงินยุ่งเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลให้สอดคล้องกับประกาศหลักเกณฑ์การกำกับของ ก.ล.ต.ทั้ง 1.การเข้าไปลงทุนหรือซื้อขายในสกุลเงินดิจิตอล 2.การให้บริการรับแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอลผ่านช่องทางให้บริการของสถาบันการเงิน 3.การสร้างแพลตฟอร์ม 4.การให้ลูกค้าใช้บัตรเครดิตในการซื้อสกุลเงินดิจิตอล และ5.การสนับสนุนหรือให้คำปรึกษากับลูกค้าเกี่ยวกับการลงทุนหรือการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล เพื่อให้การกำกับเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และธปท.จะออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา 2 ฉบับ เรื่องแผนยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ด้วยรีโคเวอร์รี่ แพลน(อาร์ซีพี) ซึ่งจะเป็นแผนล่วงหน้ารองรับการแก้ไขปัญหาของธนาคารพาณิชย์ สอดคล้องกับมาตรฐานสากลครอบคลุมสถานการณ์ต่างๆ เช่น ปัญหาสภาพคล่อง ปัญหาเงินกองทุน คุณภาพสินทรัพย์ และความปลอดภัยไซเบอร์ ช่วยลดโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้ฝากเงินและภาคธุรกิจ โดยธนาคารพาณิชย์ต้องนำส่งแผนให้ธปท.ทบทวนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้แผนเป็นปัจจุบัน สอดรับการเปลี่ยนแปลง เริ่มเดือนมิถุนายน 2562


ส่วนอีก 1 ฉบับ เป็นเรื่องยกระดับธรรมาภิบาลของสถาบันการเงิน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยกำหนดวาระดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระนั่งได้ต่อเนื่องไม่เกิน 9 ปี โดยสามารถเว้น 2 ปีและค่อยกลับมาดำรงตำแหน่งใหม่ได้ เพิ่มเงื่อนไขการตรวจสอบคุณสมบัติกรรมการ และกระบวนการทบทวนคุณสมบัติกรรมการผู้จัดการอย่างน้อยทุก 4 ปี รวมทั้งในคณะกรรมการต้องมีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างน้อย 1 ท่าน เพื่อเท่าทันความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี