‘สามารถ’ เตือนบอร์ดรถไฟ อย่าเสียท่าอนุมัติซื้อเครื่องกลึงล้อราคาแพง

วันนี้ (10 เมษายน) นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เตือนบอร์ดรถไฟ อย่าเสียท่าอนุมัติซื้อเครื่องกลึงล้อราคาแพง ระบุว่า

กลิ่นโชยอีกแล้ว! การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กำลังมีโครงการจัดซื้อเครื่องกลึงล้อรถไฟวงเงิน 149.8 ล้านบาท โดยได้ประกาศขายเอกสารประกวดราคาไปเมื่อวันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2558 และกำหนดยื่นเอกสารประกวดราคาในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 ปรากฏว่ามีบริษัทซื้อเอกสารจำนวน 10 ราย แต่ยื่นเพียง 4 ราย และผ่านการพิจารณาการคัดเลือกเบื้องต้นที่จะสามารถยื่นเสนอราคาได้เพียงรายเดียว จึงเป็นเหตุให้ ร.ฟ.ท.ไม่ต้องเปิดให้มีการแข่งขันราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ นับว่าเป็นการเปิดทางให้ ร.ฟ.ท.สามารถเจรจาต่อรองราคาได้โดยตรงกับบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นดังกล่าวเพียงรายเดียวเท่านั้น หรือที่เรียกกันว่าเป็นการประมูลโดยวิธีพิเศษ ทำให้ไม่มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ซึ่งจะส่งผลให้ ร.ฟ.ท.ต้องซื้อเครื่องกลึงล้อรถไฟในราคาแพงกว่าปกติ

การจัดซื้อครั้งนี้มีประเด็นที่ส่อพิรุธดังนี้

1. ระยะเวลาในการเตรียมเอกสารสั้นมาก

ข้อกำหนดของผู้ว่าจ้างหรือทีโออาร์ (Terms of Reference) ของ ร.ฟ.ท.ระบุให้บริษัทผู้สนใจจะต้องยื่นเอกสารทางเทคนิคหลากหลายประการ ที่สำคัญ ยังจะต้องมีหนังสือยืนยันความพึงพอใจจากลูกค้าของบริษัทผู้ผลิตเครื่องกลึงล้อรถไฟในต่างประเทศ โดยที่หนังสือฉบับนี้จะต้องมีการรับรองความถูกต้องโดยสถานทูตไทยในประเทศที่ลูกค้าของบริษัทผู้ผลิตตั้งอยู่ ทั้งนี้ ทีโออาร์ได้กำหนดให้บริษัทผู้สนใจเข้าร่วมประมูลมีเวลาเตรียมเอกสารเพียง 5 วันทำการเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นการกำหนดระยะเวลาที่ไม่เหมาะสม เพราะเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก กล่าวคือ แค่ส่งเอกสารมาจากต่างประเทศก็แทบจะหมดเวลาแล้ว แต่ในกรณีนี้จะต้องเตรียมเอกสารมากมาย ด้วยเหตุนี้ หากบริษัทใดไม่รู้ข้อมูลล่วงหน้ามาก่อนก็จะไม่สามารถเตรียมเอกสารได้ทัน

2. ราคากลางที่ ร.ฟ.ท.กำหนดไว้สูงเกินจริง

ราคาเครื่องกลึงล้อรถไฟที่ขายกันในตลาดรถไฟทั่วโลกนั้นมีราคาเฉลี่ยเพียง 35 ล้านบาท แต่ ร.ฟ.ท.กลับตั้งราคากลางไว้สูงถึง 149.8 ล้านบาท ทำให้มีการครหากันว่า เครื่องกลึงล้อรถไฟของ ร.ฟ.ท.เคลือบด้วยทองคำหรืออย่างไร จึงทำให้มีราคาแพงกว่าเครื่องกลึงทั่วโลกถึงกว่า 100 ล้านบาท

การตั้งราคากลางไว้สูงเกินจริงกอปรกับการที่ ร.ฟ.ท.ใช้การประมูลโดยวิธีพิเศษทำให้ ร.ฟ.ท.ต้องซื้อเครื่องกลึงล้อรถไฟแพงกว่าปกติ เนื่องจากไม่มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ การเจรจาต่อรองราคาได้ผลว่าบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นเพียงรายเดียวนั้นยอมลดราคาให้ ร.ฟ.ท.แค่ 1 ล้านบาทเท่านั้น นั่นคือ ร.ฟ.ท.จะต้องซื้อเครื่องกลึงล้อรถไฟในราคา 148.8 ล้านบาท

เพื่อให้การจัดซื้อครั้งนี้เป็นไปตามแผนที่เตรียมไว้ ผมทราบว่าผู้เกี่ยวข้องจะฉกฉวยโอกาสวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งคนทั่วไปเตรียมเดินทางกลับบ้านหรือเดินทางท่องเที่ยว โดยจะเสนอเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือบอร์ด ร.ฟ.ท. ให้พิจารณาอนุมัติในการประชุมในวันอังคารที่ 12 เมษายน 2559

ผมจึงขอเรียกร้องให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ติดตามตรวจสอบการจัดซื้อครั้งนี้อย่างเร่งด่วน หาก รมว.คมนาคมเอาจริงเอาจังก็ไม่ยากที่จะหาตัวการสำคัญได้ และผมขอตั้งข้อสังเกตฝากไปยัง รมว.คมนาคม ว่าเหตุใดในช่วงนี้ ร.ฟ.ท.จึงมักใช้วิธีการประมูลโดยวิธีพิเศษ เช่น การจัดซื้อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์จำนวน 7 ขบวน และการจัดซื้อหัวรถจักรจำนวน 50 คัน เป็นต้น ซึ่งทำให้ ร.ฟ.ท.เสียผลประโยชน์

ถึงเวลาแล้วที่ รมว.คมนาคมจะต้องสะสางการจัดซื้อจัดจ้างใน ร.ฟ.ท.เสียที

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฟังชัดๆ อภิสิทธิ์ นำ ประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนไม่เห็นด้วยร่างรธน. ทำประชาธิปไตยไทยถดถอย(คลิป)
บทความถัดไปตร.เชียงใหม่ยอมเก็บป้ายประชาสัมพันธ์’ง่วงไม่ขับ’แล้ว หลังคนงง-ไม่รู้จะสื่ออะไร