หน้าแรก เศรษฐกิจ จอดป้ายประชาช...

จอดป้ายประชาชื่น : ห่วงโซ่ขยะพิษ

26.06.18 | 12:30 น.

กรณีปัญหาการลักลอบนำเข้าขยะพิษ ทั้งซากอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติก และขยะอื่นๆ ที่เป็นข่าวเป็น “คาว” ในช่วงที่ผ่านมา มุมหนึ่งถือเป็นเรื่องดีในการยกเครื่อง สะสางปัญหา ที่ภาครัฐยังเชื่องช้าในการจัดการ จนเป็นภัยกับประชาชน

อีกมุมหนึ่ง เจ้าหน้าที่รัฐที่กำกับดูแล อาทิ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)  ที่ดูแล พ.ร.บ.โรงงาน และ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย หรือกรมศุลกากร ต่างยืนยันดำเนินการเต็มที่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากหน่วยงานร่วมรับผิดชอบที่อาจละเลย สรุปโบ้ยกันไปมา และมุมของตำรวจที่ขยันขันแข็งจับเจอ  ทุกล็อตคล้ายได้รับอนุญาต

หรือจริงๆ มันมีขบวนการร่วมกินตลอดห่วงโซ่ แต่เพิ่งไม่กินเส้นกันเอง?

เรื่องนี้ผู้มีอำนาจสูงสุดทราบดี จึงแก้ปัญหาเด็ดขาดด้วยการยกเลิกนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ซึ่งการห้ามนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์นั้นกระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการสั่งการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงาน 2535 ตามมาตรา 32 วรรค 2 ที่กำหนดห้ามใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศหรือสาธารณชน ส่วนกรณีห้ามนำเข้าเศษพลาสติกนั้น ปัจจุบัน พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้า 2522 ของกระทรวงพาณิชย์ มอบอำนาจให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการ จึงเตรียมยกเลิกเช่นกัน โดย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะลงนามและเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ยกเลิกนำเข้าขยะทั้งสองประเภทที่กำหนดในอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนและการกำจัดซึ่งของเสียอันตราย เพื่อดูแลประชาชนในประเทศเช่นเดียวกับที่บางประเทศทำ

Advertisement

อย่างไรก็ตามแม้ “ห้าม” แต่เปิดโอกาสให้โรงงานพฤติกรรมดีสามารถขออนุญาตจากคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างมีระบบ ที่มี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป

ขอให้การแก้ปัญหาครั้งนี้ตัดวงจรของห่วงโซ่ขยะพิษได้จริง ไม่ใช่ถ่ายอำนาจใส่มือคนอีกกลุ่ม!

ปิยะวรรณ ผลเจริญ