นายวิทัย รัตนากร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนยังมีความผันผวนต่อเนื่อง หลังเกิดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน 2 ประเทศมหาอำนาจ ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถประเมินได้ว่าเหตุการณ์จะจบลงเมื่อไรและอย่างไร ประกอบกับแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มากกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้เกิดการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหรือตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้ตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนมิถุนายนลดลงประมาณ 5.3% และตลาดหุ้นตลาดเกิดใหม่ลดลงประมาณ 4.6%
นายวิทัยกล่าวว่า ในส่วนของ กบข. ได้ปรับกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นด้วยการลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงและลดอายุพันธบัตรเหลือประมาณ 2 ปี เพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ล่วงหน้าแล้วบางส่วน แต่ก็คาดการณ์ว่าสถานการณ์ผันผวนจะคงต่อเนื่องไปอีกระยะ ส่งผลให้แนวโน้มผลตอบแทนการลงทุน กบข.ในระยะสั้นอาจไม่ดีนัก แม้ว่า กบข. จะเป็นกองทุนระยะยาว แต่สมาชิกจะนำเงินออกจาก กบข.ได้ก็ต่อเมื่อออกจากราชการหรือเกษียณอายุราชการเท่านั้น
“สมาชิกที่มีความกังวลใจต่อภาวะเศรษฐกิจที่กำลังผันผวนอยู่ในขณะนี้ สามารถปรับเปลี่ยนแผนลงทุนให้เป็นแผนลงทุนที่มีความผันผวนต่ำ ความเสี่ยงต่ำ เช่น แผนตลาดเงินหรือแผนตราสารหนี้ ได้ โดยสมาชิกสามารถดำเนินการเปลี่ยนแผนลงทุนได้ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ กบข.หรือทางโมบายแอพพลิเคชั่น หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทางคอลเซ็นเตอร์ กบข. 1179 กด 6” นายวิทัยกล่าว

