นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือ เรื่อง ข้อมูลการผลิต ความต้องการใช้สินค้าเกษตรเพื่อนำไปจัดทำแผนการผลิตการตลาดพืชเกษตรที่สำคัญอย่างครบวงจร โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุมว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 มิถุนายน 2561 ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการประสานกับกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับพืชเกษตรอย่างครบวงจร โดยจำแนกเป็นพืชเศรษฐกิจ (ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา อ้อย และข้าวโพด) พืชเพื่อการพาณิชย์ พืชเพื่อการบริโภค โดยแสดงให้เห็นถึงการดำเนินการที่เกี่ยวกับพืชแต่ละชนิดดังกล่าว ตลอดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เช่น พื้นที่การเพาะปลูก กระบวนการผลิต กระบวนการแปรรูป การจำหน่าย ความต้องการของตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แนวโน้มราคาผลผลิต เป็นต้น และให้นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปให้ถูกต้องและทั่วถึงเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการทำการเกษตรของเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมต่อไป โดยกระทรวงมหาดไทยจะนำข้อมูลจากที่ประชุมเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในเดือนกรกฎาคมนี้
นางสาวชุติมา กล่าวว่า ข้อสรุปจากที่ประชุมคือจะนำข้อมูลแต่ละหน่วยงานมาประมวลและออกแบบให้ตรงกับการนำไปใช้เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่เกิดความเข้าใจและตระหนักรู้ อาทิ เรื่องของความต้องการซื้อ (ดีมานด์) และซัพพลาย (สินค้า) ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด โดยจะจัดเก็บข้อมูลพร้อมตัวเลข อาทิ ประมาณผลผลิตของพืชเศรษฐกิจ เสนอความคืบหน้าต่อที่ประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลัก
นางสาวชุติมา กล่าวว่า ปีนี้มีพืชผลทางการเกษตรสำคัญจะออกผลิตเพิ่มเติมอีก 2 ชนิด คือข้าวและมันสำปะหลัง จึงมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ลงพื้นที่สำรวจพืชผลทางการเกษตรทั้งหมด เพื่อให้ข้อมูลที่ได้รับสอดคล้องกับความเป็นจริง
นางสาวชุติมา กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตสับปะรดตกต่ำในขณะนี้ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้วางมาตรการช่วยเหลือ อาทิ การเร่งรัดขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศให้มากขึ้น มาตรการนำสับปะรดส่วนเกินออกจากระบบ โดยการกระจายสับปะรดออกนอกแหล่งผลิตสำหรับบริโภคผลสด และนำไปทำอาหารสัตว์เลี้ยงโคนมโคเนื้อ และจัดให้มีการรณรงค์ให้บริโภคสับปะรดโดยอาศัยเครือข่ายประชารัฐ และได้ขอความร่วมมือไปยังภาคราชการ และภาคเอกชนให้ช่วยรับซื้อสับปะรดจากเกษตรกร เช่น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คาดว่าช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2561 สถานการณ์ราคาสับปะรดตกต่ำจะค่อยๆ คลี่คลาย และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

