หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.เตือนศึกษา...

พณ.เตือนศึกษาตลาดอีคอมเมิร์ซเวียดนาม ให้ดีก่อนลงทุน

28.06.18 | 12:57 น.

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ รายงานว่าแนวโน้มการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซในตลาดเวียดนามเพิ่มต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันก็พบว่า ผู้ทำธุรกิจรายใหญ่หลายรายของเวียดนามต่างประสบปัญหาการขาดทุน เพราะธุรกิจได้ทุ่มเงินในกิจกรรมส่งเสริมการขายและทำตลาดเป็นจำนวนมากในการดึงดูดผู้ซื้อใหม่ๆ และแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด มีการเสนอสินค้าราคาพิเศษ ส่วนลด หรือโปรโมชั่น ทำให้กระทบต่อต้นทุนการทำธุรกิจ และส่งผลต่อธุรกิจรายเล็กหรือธุรกิจท้องถิ่น เริ่มปิดกิจการไป เพราะสู้ไม่ไหว

สำหรับบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในเวียดนามที่ประสบปัญหาขาดทุน เช่น บริษัทเทคโนโลยีเวียดนาม VNG ซึ่งเป็นผู้ลงทุนในเว็บไซต์ขายปลีกออนไลน์ tiki.vn มีผลดำเนินงานในปี 2560 ขาดทุนเพิ่มเป็น 12.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการขาดทุนต่อเนื่องและเพิ่มขึ้น และหลังจากนั้นต้นปี 2561 JD.com ได้เข้ามาเพิ่มทุนใน tiki.vn อีก 44 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ผลประกอบการยังไม่ดีขึ้น


ขณะที่บริษัท Sea บริษัทแม่ของ Shopee มียอดขาดทุนเพิ่ม 3 เท่าในทุกไตรมาสตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้ เพราะทุ่มงบกิจกรรมทางการตลาดสูงถึง 127.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน Alibaba ได้อัดฉีดเงินในกลุ่ม Lazada เพิ่มอีก 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีผลให้งบลงทุนสะสมเพิ่มเป็น 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

แต่อย่าวไรก็ตาม ตลาดอีคอมเมิร์ซของเวียดนาม ยังมีปัญหาท้าทายและเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของการค้าออนไลน์ คือ ระบบโลจิสติกส์ การส่งมอบสินค้า การจัดเก็บสินค้า และการชำระเงิน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคร้อยละ 80 เลือกวิธีชำระเงินแบบ Cash on Delivery ส่วนการชำระเงินด้วยระบบเครดิตและบัตรเครดิตยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนเวียดนาม และเวียดนามไม่มีระบบโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพ โดยบริษัท DHL eCommerce Vietnam ให้ข้อมูลว่าต้นทุนโลจิสติกส์มีสัดส่วนสูงถึง 60-70% ของการค้าออนไลน์

” อยากเตือนผู้ประกอบการไทย ต้องศึกษาการทำตลาดด้วยการใช้ช่องทางออนไลน์ แม้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในเวียดนามมีสัดส่วนเพียง 1% ของมูลค่าการค้าปลีกทั้งหมด แต่มีอัตราเติบโตสูงมาก 25% ในปีก่อน และคาดว่าจะเติบโตในอัตรานี้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2564 และรายได้ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะเพิ่มเป็น 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากคนรุ่นใหม่ การมีรายได้เพิ่มขึ้น มีการใช้สมาร์ทโฟนและเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ” นางจันทิรา กล่าว

Advertisement