นายสืบพงษ์ สมิตทันต์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือ นีโอ เปิดเผยว่า ขณะนี้ไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงอายุแล้ว ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประเมินว่าปีนี้จำนวนผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 11 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 15% ของประชากรไทยทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 20% ของจำนวนประชากรไทยในปี 2564 และเป็นสัดส่วน 28% ในปี 2574 จะส่งผลให้เกิดความต้องการสินค้า บริการ รวมถึงเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ซึ่งพบว่ามูลค่าตลาดสินค้า และบริการผู้สูงอายุในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่องโดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าปีนี้จะขยายตัวราว 7-8% และมีโอกาสที่จะขยายตัวเป็นเท่าตัวในอนาคตตามแนวโน้มจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น
นายสืบพงษ์ กล่าวว่า ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดีรับอานิสงส์การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ได้แก่ ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพความต้องการของผู้สูงอายุ เช่น อาหารที่มีไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล น้ำตาลน้อยหรือไม่มีเลย และมีส่วนประกอบที่ป้องกัน ลดความเสี่ยงโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุ เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน รวมถึงสามารถย่อยได้ง่ายเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ เช่น อุปกรณ์และเครื่องใช้ภายในบ้านที่มีการออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพและการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุ เช่น เตียงนอนที่สามารถปรับระดับความสูงต่ำได้ ธุรกิจเกี่ยวกับความงาม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติหรือสมุนไพร ธุรกิจสถานบริการสำหรับดูแลและช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการ (เนิร์สซิ่งโฮม) ซึ่งผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยไม่สามารถดูแลตนเองได้อาจจะมองหาสถานบริการ หรือที่อยู่แบบเนิร์สซิ่ฃโฮม หรือผู้ดูแลให้มาดูแลตามที่อยู่อาศัย รวมทั้ง ธุรกิจนำเที่ยวผู้สูงวัย ซึ่งเป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวไม่หักโหมหรือเดินทางไกล เช่น การท่องเที่ยวในเชิงศิลปวัฒนธรรม ทำบุญไหว้พระ ตักบาตร ฟังเทศน์ เป็นต้น โดยธุรกิจเหล่านี้เป็นโอกาสสำหรับ ผู้ที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้วซึ่งต้องมีการปรับน้ำนวัตกรรมและบริการใหม่ใหม่เข้ามาให้บริการเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการที่สนใจก็สามารถเข้ามาทำการตลาดได้เพราะตลาดยังขยายตัวต่อเนื่อง
นายสืบพงษ์ กล่าวว่า ได้เตรียมจัดงานอินเตอร์แคร์ เอเชีย 2018 ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ระหว่างวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยมีผู้ประกอบการจากไทยและต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ รวมกว่า 180 บูธ โดยในงานจะมีการนำเสนอนวัตกรรม อุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ เช่น วิลแชร์ วอร์คเกอร์ เช่น หุ่นยนต์ผู้ช่วย ศูนย์กระดูกและข้อ เครื่องช่วยฟัง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บริการนำเที่ยวสำหรับผู้สูงวัย วีลแชร์ ติดตั้งบนรถสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ เนิร์สซิ่งโฮม โรงพยสบาลที่ดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ สินค้าและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเสริมและสมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานทั้ง 3 วันกว่า 5,000 คน และมีเงินสะพัดในงานกว่า 700 ล้านบาท เพื่มขึ้นจาก 2 ปีที่ผ่านมาที่มีเงินสะพัด 500 ล้านบาท และ 300 ล้านบาทตามลำดับ ทั้งนี้ ในปีต่อไปจะขยายการจัดงานให้มีครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเพิ่มมากขึ้น เพราะการดูแลสุขภาพมีความสำคัญกับทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน และสูงอายุ

