นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกรณีทีโอทีส่งมอบความคืบหน้าในโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ โซน C+ แก่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในระยะที่ 1 (ครบกำหนดเดือนมีนาคม 2561) และระยะที่ 2 (ครบกำหนดเดือนมิถุนายน 2561) ล่าช้า เนื่องจากเหตุผลทางเทคนิค และเหตุผลที่ทีโอทีได้ ออกแบบจุดวางโครงข่ายใหม่ (Re-Design) เพื่อลดจำนวนอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายที่เกี่วข้อง แต่ยังให้บริการครอบคลุมหมู่บ้านตามที่ระบุใน TOR ส่งผลให้กสทช.ประหยัดงบประมาณการลงทุนในโครงการฯ 280 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการรวม 6,486,399,926ล้านบาท จึงอยากให้ กสทช.พิจารณาด้วยความเป็นธรรม โดยเชื่อว่า ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการคิดค่าปรับ เนื่องจากยังไม่ได้รับเอกสารจากสำนักงาน กสทช.
ทั้งนี้ ในโครงการดังกล่าว ทีโอที รับผิดชอบติดตั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ภาคเหนือ1 พื้นที่ภาคเหนือ 2 และ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งสิ้น 2,745 หมู่บ้าน โดยในขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างอาคารศูนย์ USO NET ที่ ต.หนองสังข์ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิแล้วเสร็จ ซึ่งเป็นอาคารต้นแบบที่จะดำเนินการก่อสร้างอาคาร USO NET อีก 391 แห่ง แบ่งเป็นอาคารศูนย์ USO NET พื้นที่ภาคเหนือ 2 จำนวน 160 อาคาร และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 231 อาคารโดยเลือกจากพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน และเป็นพื้นที่ที่ไม่มีการลงทุนด้านอินเตอร์เน็ตของเอกชน อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการก่อสร้างอาคารศูนย์ USO NET ยังได้มีการติดตั้งสัญญาณกระจายไวไฟ อีกจำนวน 4,573 จุด ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะสามารถดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์แล้วเสร็จตามโครงการฯภายในกรอบระยะเวลา 28 กันยายน 2561 แน่นอน โดยหลังจากติดตั้งแล้วเสร็จ ตาม TOR ทีโอทีต้องเป็นผู้ดูแลและบำรุงรักษาโครงการ ทั้งส่งบุคลากรให้ความรู้ประจำศูนย์ USO NET เป็นระยะเวลา 5 ปี จนถึง 30 กันยายน 2566 หลังจากนั้นจะดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินคืนแก่ สำนักงาน กสทช. ในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม-29 พฤศจิกายน 2566 ให้เป็นทรัพย์ของแผ่นดินต่อไป

