นายทวี ปิยะวัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกรรมการบริหารกลุ่ม พีเอฟพี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูป เปิดเผยว่า รายงานสถานการร์การค้ามนุษย์ (ทิปรัพอร์ต) ประจำปี 2561 ที่ทางสหรัฐเลื่อนอันดับไทยขึ้นมาอยู่ในระดับเทียร์ 2 จากเดิมที่อยู่ในระดับเทียร์ 2 ต้องเฝ้าจับตามอง (วอทช์ลิสต์) ว่า การเลื่อนอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ของทางสหรัฐ แม้ว่าจะเป็นการเลื่อนดับเพียงเล็กน้อย เพราะเดิมไทยอยู่ในระดับเทียร์ 2 อยู่แล้ว แต่ถือว่าเป็นข่าวดี ซึ่งที่ผ่านมาทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย โดยเฉพาะแรงงานในภาคประมงอย่างเต็มที่
“แนวโน้มสถานการณ์จะคลี่คลายและดีขึ้นตามลำดับ อุปสรรคต่างๆ ก็ลดน้อยลง สร้างความสบายใจกับทุกฝ่ายและดึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างประเทศได้ เพราะมีนักลงทุนรายใหญ่บางกลุ่มให้ความสำคัญกับสถานการณ์ค้ามนุษย์อย่างมาก หากประเทศไหนติดวอทช์ลิสต์จะปฏิเสธการรับซื้อสินค้าทันที” นายทวีกล่าว
นายทวีกล่าวด้วยว่า การดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) ทางรัฐบาลแก้ไขตามคำแนะนำของสหภาพยุโรป (อียู) มาโดยตลอด แม้ปัจจุบันยังติดใบเหลืองอยู่ แต่ก็ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายสากล ขณะเดียวกันทางสหรัฐก็ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบโรงงานอาหารแช่เยือกแข็ง ทางบริษัทฯ ก็ให้ความร่วมมือและยืนยันว่าปฏิบัติตามกฎหมายทุกขั้นตอน
“ที่ผ่านมารัฐบาลแก้ไขเรื่องไอยูยูอย่างเข้มงวด ทำให้ปัจจุบันมีเรือประมงที่ผิดกฎหมายน้อยลง แต่ปัญหาใหญ่ที่พบขณะนี้และรัฐบาลต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือคือ เมื่อเรือประมงทำตามขั้นตอนกฎหมายทั้งหมด พร้อมออกเดินเรือ แต่กลับมาติดปัญหาเรื่องการขาดแรงงานภาคประมง โดยประเมินเบื้องต้นว่าขาดแรงงานประมาณ 50,000 ราย โดยเฉพาะแรงงานไทยที่มีน้อยมาก จากปกติที่เรือ 1 ลำต้องมีแรงงานเฉลี่ยรวม 40-50 คน รัฐบาลจึงต้องหาแนวทางเพิ่มเติม” นายทวีกล่าว

