นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (2 กรกฎาคม 2561) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ได้พิจารณาวาระสำคัญ 2 วาระเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ โดยที่ประชุมได้พิจารณาถึงหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ คือ กำหนดให้ประมูลคลื่นความถี่รวม 45 เมกะเฮิรตซ์ โดยแบ่งออกเป็น 9 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 5 เมกะเฮิรตซ์ ผู้เข้าร่วมประมูลสามารถประมูลได้สูงสุด 4 ใบอนุญาต (20 เมกะเฮิรตซ์) ราคาเริ่มต้นการประมูลอยู่ที่ 12,486 ล้านบาท เคาะราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 25 ล้านบาท โดยผู้เข้าร่วมการประมูลจะต้องวางหลักประกันการประมูล 2,500 ล้านบาท การชำระเงินแบ่งเป็น 3 งวด งวดแรกชำระ 50% ของราคาประมูลสูงสุด งวดที่ 2 ชำระ 25% ของราคาประมูลสูงสุด และงวดที่ 3 ชำระ 25% ของราคาประมูลสูงสุด กรณีผู้ชนะการประมูลไม่ชำระเงินค่าประมูลภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล สำนักงาน กสทช. จะยึดหลักประกันการประมูลจำนวน 2,500 ล้านบาท และผู้ชนะการประมูลต้องชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 1,875 ล้านบาทต่อหนึ่งใบอนุญาตที่ชนะการประมูล
ส่วนหลักเกณฑ์การประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ นั้น กำหนดขนาดคลื่นความถี่ที่จะนำมาประมูลเป็น 5 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเริ่มต้นการประมูล 35,988 ล้านบาท เคาะราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 72 ล้านบาท ในกรณีที่มีผู้เข้าร่วมการประมูลหนึ่งราย กสทช. จะเปิดรับคำขอรับใบอนุญาตเพิ่มเติมอีก 30 วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเป็นผู้เข้าร่วมการประมูล หลังจากครบ 30 วัน หากยังมีผู้เข้าร่วมการประมูลเพียงหนึ่งราย กสทช. จะดำเนินการประมูล โดยผู้เข้าร่วมการประมูลต้องเคาะเสนอราคาเพิ่มไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ในการประมูลครั้งนี้ผู้เข้าร่วมการประมูลจะต้องวางหลักประกันการประมูล 1,800 ล้านบาท การชำระเงินแบ่งเป็น 4 งวด งวดแรก ชำระ 4,020 ล้านบาท งวดที่ 2 ชำระ 2,010 ล้านบาท งวดที่ 3 ชำระ 2,010 ล้านบาท และงวดที่ 4 ชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ส่วนที่เหลือทั้งหมด กรณีผู้ชนะการประมูลไม่ชำระเงินค่าประมูลภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล สำนักงาน กสทช. จะริบหลักประกันการประมูลจำนวน 1,800 ล้านบาท และผู้ชนะการประมูลต้องชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 5,399 ล้านบาท
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาถึงข้อเท็จจริง และสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เกี่ยวข้องกับการประมูล รวมทั้งได้รับทราบจากผลการนำร่างหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ของสำนักงาน กสทช. ในส่วนที่เกี่ยวกับใบอนุญาตที่จะปรับเป็นใบอนุญาตแบบใบเล็ก 9 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 5 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อวันที่ 26-28 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุม กสทช. ได้มีมติเห็นชอบต่อหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ดังกล่าว และให้นำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้คือ ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2561
“ทั้ง 2 คลื่นความถี่ จะเปิดให้ยื่นคำขอเพื่อเข้าร่วมการประมูล ในวันที่ 8 สิงหาคม 2561 พิจารณาคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมการประมูล 9-13 สิงหาคม 2561 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติ 15 สิงหาคม 2561 อีกทั้งกำหนดวันประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ในวันที่ 18 สิงหาคม 2561 และกำหนดวันประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2561 ขณะที่ มาตรการเยียวยาคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตามกระบวนการประมูล เสร็จสิ้นไม่ทันในวันที่ 15 กันยายน 2561 ก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน และในกรณีที่ดีแทคไม่เข้าประมูลคลื่นความถี่ในย่านนั้นๆ มาตรการเยียวยาคลื่นความถี่ในย่านนั้นๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น” นายฐากรกล่าว
นายฐากรกล่าวว่า พร้อมกันนี้ ได้มีการลงนามในหนังสือ เพื่อแจ้งไปยัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้กำกับดูแลบีทีเอส เพื่อเร่งให้มีการหารือร่วมกันถึงมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหารถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีเขียวขัดข้องต่อไป

