นายสง่า เรืองวัฒนกุล ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร กล่าวว่า การเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ บนถนนข้าวสารจะเริ่มในช่วงค่ำวันที่ 12 เมษายน ถึงวันที่ 14 เมษายนนี้ และงดเล่นน้ำในวันที่ 15 เมษายน ตามนโยบายของภาครัฐที่ขอความร่วมมือ จึงคาดว่าบริเวณข้าวสารรวมถึงพื้นที่เขตพระนครที่อยู่ใกล้เคียงกันจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มจำนวนขึ้นรวมถึง 100,000 คนต่อวัน เพิ่มจากปี 2558 ที่เปิดให้เล่นน้ำวันที่ 13-15 เมษายน ซึ่งอยู่ที่ 80,000 คนต่อวัน เนื่องจากวันเล่นน้ำน้อยลงทำให้คนทยอยมาเล่นน้ำในวันแรกๆ กันมาก ประกอบกับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวเอเชีย เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง รู้จักประเพณีสงกรานต์ของไทยมากขึ้นจะชักชวนกันมาเที่ยวช่วงสงกรานต์จำนวนมาก โดยยอดจองห้องพักบริเวณย่านถนนข้าวสารเต็ม 100% ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแล้ว
“แม้คาดการณ์ว่าจำนวนคนเล่นน้ำจะมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยอดการใช้จ่ายปีนี้น่าจะไม่เติบโต หรืออาจลดลงจากปีก่อน เพราะจำนวนวันเล่นน้ำหายไป 1 วัน ปกติเงินสะพัดวันเดียวในวันที่ 15 เมษายน หายไปถึง 60-70% ซึ่งปีที่แล้วเงินสะพัดในช่วงสงกรานต์แถวถนนข้าวสารอยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อวัน ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัดใช้จ่ายที่ 80-100 ล้านบาทต่อวัน”
นายสง่า กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มาตรการขอความร่วมมืองดเล่นน้ำลง 1 วัน จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ถนนข้าวสารแน่นอน ภาครัฐควรจะอะลุ่มอล่วยให้กับพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สามารถเล่นน้ำได้ทุกวันของช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ไม่เช่นนั้นนักท่องเที่ยวก็จะหายไป และอาจจะส่งผลต่อสงกรานต์ปีหน้า นักท่องเที่ยวจะไม่มั่นใจว่าจะเล่นน้ำได้ทุกวันหรือไม่ เพราะจุดดึงดูดสำคัญที่ทำให้ชาวต่างชาติเข้ามาคือการเล่นน้ำ ตรงนี้ก็อาจจะทำให้การจองห้องพักในปีหน้าลดลงได้ และอาจหันไปท่องเที่ยวในประเทศที่จัดเทศกาลสงกรานต์คล้ายกับไทยแทน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์

