‘สมคิด’ สั่งการบ้าน ธอส.-กคช.หาบ้านให้คนจนทั่วประเทศให้ได้ภายใน 3-4 เดือน

6.07.18 | 15:40 น.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในพิธีเปิดงานบ้าน ธอส. เอ็กซ์โป ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจที่มีความสำคัญมาก เพราะสามารถช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัว หากย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เศรษฐกิจของไทยยังไม่ฟื้นตัว ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น แต่ถ้าเมื่อไรที่ธุรกิจอสังหาฯเติบโตขึ้นจะนำไปสู่ความต่อเนื่องไปยังธุรกิจอื่น ในปีนี้สถานการณ์แตกต่างจาก 2 ปีที่แล้ว เพราะเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ความเชื่อมั่นของประชาชนเพิ่มขึ้น ความต้องการซื้อบ้านก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

นายสมคิดกล่าวว่า สำหรับการลงทุนของภาคเอกชนที่ในไตรมาส 1 เติบโตขึ้น 3% และการลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ก็จะช่วยให้ความต้องการที่อยู่อาศัยของคนต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การลงทุนด้านโครงข่ายคมนาคม โครงการรถไฟฟ้าต่างๆ ที่จะเห็นผลใน 4-5 ปีข้างหน้า จะทำให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าจะเติบโตขึ้นอีกมากอย่างแน่นอน

นายสมคิดกล่าวว่า ส่วนการลงทุนในโครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงของหลายๆ จังหวัด และเกิดความเจริญอย่างที่คาดไม่ถึง โครงการการพัฒนาเมืองหลักในภูมิภาค เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น และอีกหลายจังหวัดที่กำลังจะตามมา จะทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเหล่านั้นฟื้นตัวขึ้น และการส่งเสริมการท่องเที่ยวหัวเมืองรองที่จะทำให้เติบโตขึ้นภายใน 4-5 ปี จะทำให้เกิดการขยายตัวของเมืองในภูมิภาค ผู้ประกอบการที่เข้าไปลงทุนก่อนก็จะได้เปรียบ ในปีนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตอย่างแน่นอน และจะโตต่อเนื่องจากโครงการที่รัฐบาลผลักดัน

นายสมคิดกล่าวว่า การมีที่อยู่อาศัยถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างครอบครัว ถือเป็นความตั้งใจตั้งแต่เข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่จะสนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองใน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มผู้ที่เริ่มสร้างครอบครัว และกลุ่มผู้สูงอายุ โดยจะให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ร่วมกับการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง พัฒนาโครงการบ้านในระดับแมสในทุกจังหวัดทั่วประเทศที่มีอยู่แล้วเข้าโครงการร่วมภาครัฐเอกชน (พีพีพี) โดยให้เวลา 3-4 เดือน เสนอโครงการเข้ามา และหากจะให้รัฐบาลสนับสนุนในเรื่องใดก็ให้เสนอเข้ามา