ขณะนี้ปัจจัยภายนอกประเทศยังคงผันผวน โดยเฉพาะผลกระทบจากการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ในการขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งรอบแรกเริ่มไปแล้ว ก็ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน อีกทั้งยังต้องลุ้นต่อว่าจะมีการประกาศเก็บภาษีรอบถัดไป ที่มีสัญญาณว่าจะประกาศเก็บภาษีเร็วกว่ากำหนด
ประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จึงวิเคราะห์ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นสัปดาห์นี้มีโอกาสฟื้นตัวขึ้น แต่ความไม่แน่นอนมีสูง ตามที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ประกาศไว้ในช่วงลงพื้นที่พบปะประชาชน ว่าการเก็บภาษีรอบถัดไป วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท อาจเลื่อนให้เร็วกว่ากำหนด เป็นช่วง 2 สัปดาห์หลังจากนี้ จากเดิมกำหนดไว้ปลายเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนกันยายน
ดังนั้น ตลาดหุ้นจะยังอยู่ในภาวะผันผวนต่อไปตามปัจจัยภายนอก แต่ตัวเลขหุ้นไทยยังเขียว ต้องดูจากความถูกแพงของหุ้นกลุ่มยอดนิยม บวกปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศยังแข็งแกร่ง
บางกลุ่มลังเลเข้าตลาดหุ้น ก็หันมาตลาดทองคำ เพราะมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เรื่องนี้ จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ระบุว่า สิ่งที่กังวลและสร้างความผันผวนของตลาดทองคำมากสุดตอนนี้ คืออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนและขึ้นลงค่อนข้างแรง จึงแนะนำลดเสี่ยงแบบชกสั้น ถือระยะสั้นๆ
และราคาทองคำอาจทำสถิตินิวไฮอีกครั้ง ขึ้นกับทิศทางปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อีก 2 ครั้งช่วงหลังปีนี้ ทะลุ 2 หมื่นบาท/บาททองคำอีกครั้ง จากขณะนี้เคลื่อนไหว 19,650-19,750
ตามข้อมูลจากร้านทอง โดยบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด ให้ข้อมูลกับนักลงทุนว่า เมื่อวิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค พบว่าราคาทองคำเข้าสู่สภาวะแกว่งตัวกรอบแคบ (ไซต์เวย์) อีกครั้ง และยังหาทิศทางชัดเจนไม่ได้ต้องรอประเด็นเนื้อข่าวใหม่ๆ
ตลาดหุ้นก็ยังผันผวน ตลาดทองคำยังไม่ดึงดูดเท่าไหร่ ช่วงนี้นักลงทุนคงต้องจัดพอร์ตตัวเองให้ดี เพราะยังเหลือ “น้ำมัน” ที่กำลังเข้ามาเป็นปัจจัยกดดัน
พรพินันท์ จันทอุดม

