‘อาคม’อนุมัติบินไทยจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 23 ลำ วงเงิน 1 แสนล้านบาท

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงาน ร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่า ความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการบิน นอกจากความร่วมมือกับแอร์บัสแล้ว จะขยายศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (เอ็มอาร์โอ) ทั้งขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อต่อยอดแผนงานเดิมให้เป็นเอ็มอาร์โอเต็มรูปแบบ เพื่อพัฒนาเมืองการบินในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยทางบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เดินหน้าเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด ตามแผนการจัดซื้อเครื่องบินใหม่จำนวน 23 ลำ วงเงินประมาณ 100,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนเครื่องบินที่ปลดระวาง ตามแผนงบประมาณ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2564

“สำหรับความคืบหน้าการจัดซื้อเครื่องบินใหม่จำนวน 23 ลำ ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้อนุมัติแผนที่การบินไทยเสนอมาแล้ว และพร้อมที่จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาในเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ ก่อนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นลำดับต่อไป นอกจากนี้มีแผนเช่าเครื่องบิน รุ่นเอ 380 และดรีมไลเนอร์ด้วย เพื่อเสริมฝูงบินตามเส้นทางที่เปิดให้บริการ โดยจะดำเนินการตามลำดับภายหลังมีการจัดซื้อเครื่องบินใหม่แล้ว” นายอาคมกล่าว


และในส่วนการเร่งแก้ปัญหาสนามบินในภูมิภาค และการพัฒนาสนามบินต่างจังหวัดอีก 28 จังหวัด หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการทั้งท่าอากาศยานและกรมท่าอากาศยานจะพัฒนาการให้บริการ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค ทั้งนี้ในส่วนความคืบหน้าการปรับปรุงสนามบินภูเก็ตได้ปรับปรุงระบบปรับอากาศภายในสนามบิน รวมถึงเร่งรัดขยายพื้นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร

ขณะเดียวกันการเพิ่มพื้นที่จอดรถในสนามบินดอนเมือง เพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัดก็มีความคืบหน้า หลังการท่าอากาศยาน (ทอท.) ได้อนุมัติแผนปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิม บริเวณตอนใต้ของสนามบินดอนเมือง โดยปรับเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถภายในสนามบิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารสอดคล้องกับแผนการจัดทำระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (เอพีเอ็ม) ที่จะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงด้วย

บทความก่อนหน้านี้ซีลเผยภาพนาทีนำหมูป่าออกจากถ้ำ (มีคลิป)
บทความถัดไป‘ชาร์ปร่วมททท.’ เปิดมิติใหม่วิดีโอส่งเสริมท่องเที่ยวไทยด้วย ‘ชาร์ป 8 เค’ครั้งแรกในอาเซียน