นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) เปิดเผยว่า เตรียมจะหารือกับผู้ค้าก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) และผู้ผลิตทั้งในส่วนของโรงแยกก๊าซฯและโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อหาแนวทางปฏิบัติในการดำเนินนโยบายเปิดเสรีแอลพีจีให้เป็นไปได้ หลังจากที่กระทรวงพลังงานได้วางแผนปฏิบัติการไว้ 4 ระยะ โดยระยะแรกคือการเปิดให้รายอื่นนำเข้าแอลพีจี จากเดิมที่มีเพียง บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) รายเดียว แต่เกิดอุปสรรค ทำให้ต้องชะลอแผนดังกล่าวออกไปก่อน
“ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เมื่อเร็วๆนี้ ได้มอบให้ธพ.กลับมาพิจารณาแนวทาง หลังจากเปิดทดลองนำเข้าแอลพีจีรายแรกแล้วคือบริษัท พีเอพี แก๊ส แอนด์ออยล์ จำกัด จำนวน 2,000 ตัน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 แต่พีเอพีกลับแจ้งว่านำเข้าไม่ได้ตามกำหนด ทำให้ธพ.ต้องกลับมาทบทวนมาตรการใหม่ เพื่อป้องกันปัญหา เพราะอาจกระทบต่อปริมาณแอลพีจีภาพรวมได้”
นายวิฑูรย์กล่าวว่า ผลจากการนำเข้าไม่ได้ตามกำหนด ทำให้ธพ.ไม่สามารถอนุมัติคำขอนำเข้าแอลพีจีของบริษัท สยามแก๊ส แอนด์ปิโตรเคมีคัลล์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 44,000 ตันต่อเดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2559 ได้เช่นกัน เพราะจะต้องรอผลการศึกษาแนวทางให้ชัดเจนก่อนว่าที่สุดจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปได้ตามโรดแมปที่รัฐกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ระหว่างการรอหารือกับทุกภาคส่วน เพื่อปรับแนวทางการเปิดเสรีใหม่ ทำให้ปตท.ต้องนำเข้าแอลพีจีไปก่อน เฉลี่ยเดือนละไม่เกิน 40,000 ตันต่อเดือน ส่วนที่นำเข้าเพื่อจำหน่ายประเทศเพื่อนบ้านสามารถดำเนินการได้ทันที แต่ปตท.ต้องรายงานการนำเข้าย้อนหลังมายังธพ.เพื่อรับทราบด้วย
นายวิฑูรย์กล่าวว่า สำหรับแนวทางการเปิดเสรีธุรกิจแอลพีจีที่กบง.อนุมัติหลักการไว้ 4 ระยะตามโรดแมป ได้แก่ ระยะที่ 1 ยกเลิกมาตรการต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อการให้ผู้ค้าก๊าซรายอื่น (ที่ไม่ใช่ ปตท.) นำเข้า ระยะที่ 2 เปิดส่วนแบ่งปริมาณนำเข้า แต่ยังกำกับราคานำเข้าที่ไม่เกินราคาตลาดโลก(ซีพี) บวก 85 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดยแบ่งปริมาณนำเข้าของ ปตท. บางส่วน ให้ผู้ประกอบการรายอื่นด้วยระบบโควต้า และกำหนดระยะที่ 3 เปิดส่วนแบ่งปริมาณนำเข้า ด้วยราคานำเข้าที่ซีพีบวก โดยให้มีการทบทวนสูตรราคานำเข้าให้สะท้อนต้นทุนการขนส่ง (ค่าเรือ) ระยะที่ 4 เปิดประมูลนำเข้าแอลพีจี(บิดดิ้ง) โดยให้สิทธินำเข้าแก่ราคาต่ำสุด

