ศรีลังกา: เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะ ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ที่ทำเนียบประธานาธิบดี เมื่อค่ำวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้ 2 ฝ่ายหยิบยกรายการสินค้าเร่งลดภาษี (Early Harvest Scheme) ขึ้นหารือก่อนเพื่อลดภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกันได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอให้การเจรจาครบทุกด้าน เพราะการเจรจาความตกลงเปิดเสรีการค้า(เอฟทีเอ)กว่าจะบรรลุเป้าหมายและลงนามเพื่อให้มีผลบังคับใช้ จะใช้เวลาอย่างเร็วก็ 2-3 ปี
ดังนั้นในการประชุมการเจรจาเริ่มทำ FTA ไทย- ศรีลังกา รอบแรก วันที่ 13 กรกฎาคม ได้มอบหมายให้นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ หัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย นำประเด็นนี้เข้าหารือ และขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ซึ่งหากเห็นชอบศรีลังกาจะเป็นประเทศที่สอง ต่อจากอินเดีย ที่ใช้แนวทางนี้ ที่ขณะนั้นลดภาษีระหว่างกัน 83 รายการก่อน
นางสาวชุติมากล่าวว่า เบื้องต้นทางศรีลังกา อยากให้ไทยเปิดตลาดนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อย่าง ชา ผลไม้ รวมถึงสิ่งทอ อัญมณี พร้อมกับเชิญชวนนักลงทุนไทยมาลงทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้มีนักธุรกิจไทยเตรียมเข้าลงทุนในศรีลังกาแล้ว อาทิ อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม การเพิ่มเส้นทางบินซึ่งสายการบินไทยไลอ้อนแอร์มีแผนเปิดเส้นทางบินระหว่างไทย-ศรีลังกา ในเร็วๆนี้ รวมถึงผลิตเฟอร์นิเจอร์ และ ปูนซิเมนต์ ซึ่งพบว่าศรีลังกา เปิดโอกาสการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ
นางอรมน กล่าวว่า ในการหารือรอบแรก เป็นการหารือจัดทำกรอบเพื่อการเจรจาในด้านต่างๆ อาทิ รายการลดภาษีทั่วไป รายการสินค้าอ่อนไหว ที่ทยอยลดภาษี มาตรการและกฏระเบียบ และอื่น เช่น ด้านค้าบริการ ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ ยึดเป้าหมายสรุปภายในปี 2563 โดยในปีนี้จะมีการหารืออีก 2 ครั้ง โดยครั้งที่2 จะจัดหารือที่ประเทศไทย ในเดือนกันยายน


