นายยงยุทธ มั่นบุปผชาติ นายกเทศบาลตำบลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้อย่างต่อเนื่องด้วยการออมเงิน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนโดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัย จึงได้จัดตั้งสหกรณ์เคหะสถานบ้านมั่นคง ให้กับชาวตำบลลำลูกกา โดยมีสมาชิกสหกรณ์เคหะสถานบ้านมั่นคงมากกว่า 400 คน เพื่อสร้างที่อยู่อาศัย บนที่ดินราชพัสดุ จำนวน 45 ไร่ ฝั่งทิศใต้ด้านหลังเทศบาลตำบลลำลูกกา โดยจัดสรรให้ครอบครัวละ 19 ตารางวา ปลูกบ้าน ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกของสหกรณ์เคหะสถานบ้านมั่นคง เข้ามาปลูกบ้านพักอาศัยแล้วกว่า 150 ราย โดยสมาชิกเหล่านี้ได้เข้าหลักเกณฑ์การกู้ยืมเงินออมของสหกรณ์เคหะสถานบ้านมั่นคง ในการปลูกบ้านพักอาศัย และที่ดินตรงนี้ไม่สามารถนำไปเซ้งหรือขายต่อได้ โดยทางเทศบาลตำบลลำลูกกาได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่ราชพัสดุ เพื่อความมั่นคงและมีเสถียรภาพของผู้ขาดโอกาส ได้มีบ้านพักอาศัยอย่างมั่งคง
นายยงยุทธกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาความเลื่อมล้ำทางสังคมมีความห่างใกล้กันมาขึ้นระหว่างคนรวยกับคนจน การจะลดช่องว่างตรงนี้ให้แคบลงต้องได้รับความร่วมมือกันหลายๆฝ่าย และเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ เทศบาลตำบลลำลูกกา ถือว่าเป็นองค์กรเล็กๆแต่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดความเลื่อมล้ำทางสังคมของพื้นที่ตรงนี้ได้ในระดับหนึ่ง ตราบใดที่ประชาชนในประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีมีความแข็งแรงในการช่วยเหลือตัวเองได้ เราก็จะสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ เพราะกลุ่มประชาคมอาเซียนทั้ง10ประเทศนั้นร่วมทั้งประเทศไทยด้วย เขาได้ตื่นตัวที่จะพัฒนาบุคลากรของเขาให้เข้มแข็งและออกมาแข่งขันในหลายๆด้านในกลุ่มประชาคมอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ย้อมกลับมาบ้านสังคมไทยเรานั้นกำลังติดกับดักของระบบบริโภคนิยม มีความเร่งรีบจนลืมตัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราพระองค์เคยสอนว่าควรใช้ชีวิตอย่างพอเพียงอย่าลืมตัวเพราะข้างหน้ามีอุปสรรคมากมาย จึงต้องปรับตัวให้ชีวิตอยู่รอดได้โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น แนวหลักปรัชญาของพระองค์ท่าน จึงเป็นที่มาของการตั้งสหกรณ์เคหะสถานบ้านมั่นคง วันนี้ชีวิตของสมาชิกสหกรณ์เคหะสถานบ้านมั่นคง ที่มีบ้านพักอาศัยเป็นของตนเองมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่โดดเดี่ยว มีความรักกันดูแลกันเป็นหมู่ขณะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งก็แทบจะไม่มีให้เห็นอีกแล้วในสังคมไทย

