นายสมพงศ์ ปานเกล้า ที่ปรึกษาสมาพันธ์ครูภาคใต้ กล่าวว่า จากกรณีกลุ่มวิชาชีพครูรวมตัวกว่า 100 คน ประกาศปฏิญญามหาสารคาม เรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ช.พ.ค. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พร้อมชักชวนลูกหนี้ ช.พ.ค.ทั่วประเทศ จำนวน 450,000 คน ร่วมกันยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนั้น ตนพร้อมด้วยกรรมสมาพันธ์ครูภาคใต้และครูภาคใต้ 90% ไม่เห็นด้วยกับคำปฏิญญามหาสารคามและจะไม่เข้าร่วมด้วย
นายสมพงศ์กล่าวว่า มีกลุ่มครูส่วนน้อยคือประมาณ 20% ของครู 450,000 คนที่กู้เงิน ช.พ.ค.กับธนาคารออมสิน ที่ไม่ยอมจ่ายหนี้ และค้างจ่ายเงินหนี้กับธนาคารอออมสิน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้ใช้เงินกองทุนสนับสนุนพิเศษ ซึ่งเป็นกองทุนที่ตกลงร่วมระหว่างธนาคารออมสินกับ สกสค.หากลูกหนี้ไม่จ่ายหนี้เกิน 3 เดือน ให้ออมสินหักเงินจากกองทุนได้ ขณะนี้ได้จ่ายแทนลูกหนี้ค้างจ่ายเงินกู้ ช.พ.ค.ไปแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท จาก 20,000 ล้านบาท ครูส่วนใหญ่ 80% ยังเป็นลูกหนี้ชั้นดี ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มครูที่ออกมาเคลื่อนไหว จะนำประเด็นปัญหาเข้าที่ประชุมใหญ่ของสมาพันธ์ในวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ จ.พัทลุง
“ในขณะนี้ธนาคารออมสินจะช่วยเหลือครูซึ่งเป็นลูกหนี้ชั้นดี ธนาคารออมสินจึงได้ร่วมกับ สกสค.ปรับโครงสร้างหนี้ให้กับครูลูกหนี้ชั้นดี จึงขอเชิญชวนครูทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ธนาคารออมสิน” นายสมพงศ์กล่าว
รายงานข่าวว่า สาเหตุที่มีกลุ่มครูออกมาเคลื่อนไหวในช่วงหน้าเทศกาลเลือกตั้ง ส.ส.และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงเป็นไปได้ที่แกนนำครูบางคนที่ออกมาเคลื่อนไหวหวังผลทางการเมือง เพื่อเก็บแต้มกับกลุ่มครูมากกว่า เพราะลักษณะการเคลื่อนไหวคล้ายกับการเคลื่อนไหวของเอ็นจีโอ

