หลังเปิดตัวขายดิบขายดีที่อินโดนีเซีย ล่าสุดมิตซูบิชิ ประเทศไทย เตรียมนำเข้า เจ้า มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ (XPANDER) ที่มิตซูบิชิยืนยันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า มันคือครอสโอเวอร์ เข้ามาทำตลาดในประเทศ เป็นลักษณะผลิตจากโรงงานอินโดนีเซีย แต่กำหนดสเปกแบบไทย แล้วนำเข้ามาทั้งคัน
รูปร่างหน้าตาไม่ธรรมดา เป็นเอกลักษณ์การออกแบบแอดวานซ์ ไดนามิก ชีลด์ (Advanced ‘Dynamic shield) ตำแหน่งของไฟหน้าวางอยู่ตรงตำแหน่งกันชน ขณะที่ตำแหน่งไฟด้านบน เป็นพื้นที่ของไฟหรี่แบบ คริสตัล แอลอีดี (Crystal LED) ให้ความแปลกใหม่ ดีไซน์ด้านหน้าลํ้าสมัย
สำหรับรุ่นรถที่จะนำมาขายในไทย มีเพียง 2 รุ่นคือ รุ่น GLS-LTD เป็นรุ่นรองท็อป และ รุ่น GT เป็นรุ่นท็อป ไม่มีเกียร์ธรรมดา ทั้ง 2 รุ่นก็ไม่มีไฟ เดย์ไทม์ รันนิ่งไลต์ (Daytime Running Light) ทั้งคู่

ลักษณะทั่วไป ความยาวตลอดคัน 4,475 มม. หรือยาวเกือบ 4.5 เมตร เกือบจะเท่ารถกระบะแล้ว ความกว้างตลอดคัน อยู่ที่ 1,750 มม. ด้านความสูงนั้นอยู่ที่ 1,700 มม. ก็ถือว่าสูงกว่าคู่แข่งทั้งหมด ความกว้างช่วงล้อหน้ามากกว่าช่วงล้อหลังเล็กหน่อยคือ 1,520 มม. กับ 1,510 มม. ระยะต่ำสุดถึงพื้นอยู่ที่ 205 มม. ตรงนี้ก็สูงกว่าคู่แข่งทั้งหมดเช่นกัน สามารถทำรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดได้ที่ 5.2 เมตร น้ำหนัก 1,290 กิโลกรัม
เครื่องยนต์ 4 สูบ ไมเวค (MIVEC) DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1500 ซีซี กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91, 95 และแก๊สโซฮอล์ E20 ถังน้ำมันจุได้ 45 ลิตร ส่วนระบบส่งกำลังเป็น เกียร์อัตโนมัติ แบบ 4 สปีด
ด้านขนาดของล้อและยางนั้น ถ้าเป็นรุ่น GLS-Ltd จะได้ขนาดล้อ 15 ล้ออัลลอยแบบสีโมโนโทน ขนาดยาง 185/65 แต่ถ้าเป็นรุ่น GT หรือตัวท็อปจะได้ล้อขนาด 16 ขนาดยาง 205/55
ไปดูภายในห้องโดยสาร มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ โทนสีดำ ดีไซน์ภายในจะตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินและแบบ เปียโน แบล๊ก (Piano Black) ระบบปรับอากาศเป็นแบบมือหมุน ไม่ใช่แอร์ออโต้หากใครจะคาดหวัง ด้านหลังจะมีแผงควบคุมระบบปรับอากาศแบบแยกอิสระให้สามารถปรับความแรงลมได้

ด้านเบาะนั่งเวอร์ชั่นไทยจะเป็นเบาะหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์ ส่วนเบาะแถวที่ 2 เป็นเบาะนั่งแยกพับแบบ 40:60 ได้ แถมยังสามารถปรับเลื่อนหน้าหลังได้และยังมีที่พักแขนมาให้ ขณะที่เบาะแถวที่ 3 สามารถแยกพับแบบ 50:50 ผู้ใหญ่ตัวใหญ่ไปนั่งอาจจะลำบากหน่อย แต่ถ้าเป็นเด็กๆ นั่งสบาย ผู้โดยสารแถว 3 นี้ ยังมีที่วางแก้วน้ำ และเพาเวอร์ เอาต์เลต (Power Outlet) ให้อีกด้วย เรียกว่าเอาใจใส่กันดีทีเดียว
เรื่องพื้นที่เก็บของและที่วางแก้วน้ำนั้น ต้องบอกว่าให้มาเยอะ ใต้เบาะนั่งด้านหน้ายังมีถาดเก็บของอเนกประสงค์ไว้เก็บรองเท้าหรืออื่นๆ ได้ ส่วนบริเวณห้องเก็บสัมภาระก็มีกล่องเก็บของด้านใต้พร้อมฝาปิด
ด้านการขับขี่ แม้เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าแต่ให้ความรู้สึกแม่นยำได้ในความเร็วสูง สามารถปรับระดับสูงต่ำและปรับเข้าออกได้ มีสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียงและปุ่มรับวาง ส่วนด้านขวาของพวงมาลัยจะมีระบบล็อกความเร็ว หรือครุยส์ คอนโทรล (Cruise control)

รุ่น GT จะให้จอสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว มีระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สายและช่องต่อ USB โดยให้ลำโพงมา 6 ตัว บริเวณเสาหน้าก็มี แต่รุ่น GLS -ltd จะได้ลำโพงมาแค่ 4 ตัว ไม่มีจอสัมผัส
ในส่วนความปลอดภัย มีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวหรือ ASC ระบบป้องกันการลื่นไถล หรือ TCL ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันหรือ HSA ระบบเบรกให้มาครบทั้ง ABS-EBD-BA ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหันหรือ ESS ระบบป้องกันการโจรกรรมและระบบสัญญาณกันขโมย ระบบล็อกป้องกันการเปิดประตูหลังจากภายใน ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ให้จุดยึดเบาะเด็กมาด้วย 2 ตำแหน่ง และยังมีกล้องมองหลังขณะถอยจอดสำหรับรุ่น GT อีกด้วย ส่วนถุงลมนิรภัยนั้น มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ให้มาแค่ 2 ใบคือสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
จากการทดลองขับขี่ ต้องทำใจตั้งแต่แรก ด้วยความที่รถมีขนาดใหญ่ จึงไม่เหมาะกับพ่อบ้านเท้าหนัก แต่ก็สามารถทำความเร็วได้ การขับขี่ในย่านความเร็วสูง มันก็สามารถไต่ไปได้ถึง 160 กิโลเมตรต่อ ชม.
มิตซูบิชิจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ พร้อมบอกสิ่งที่สำคัญที่สุดคือราคา จะเป็นตัวชี้วัดเลยว่ารถคันนี้จะประสบความสำเร็จ ทำให้มิตซูบิชิกลับมาคึกคักในเรื่องยอดขายอีกหรือไม่ ต้องจับตา
อาร์ม สามย่าน

