วันที่ 1 สิงหาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า สมาคมฯร่วมกับประชาชนชาว จ.ชลบุรี เดินทางไปที่ศาลปกครองระยอง เพื่อยื่นฟ้อง ปตท. และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ฐานปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุละเมิดทำให้ที่ดินและทรัพย์สินชาวบ้านเสียหาย เนื่องจาก กกพ.ได้ประกาศกำหนดเขตโครงข่ายก๊าซธรรมชาติ โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 ตามพ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน 2550 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2559 เพื่อรองรับการจัดส่งก๊าซฯ จาก จ.ระยองไปยังโรงไฟฟ้าบางปะกง โรงไฟฟ้าวังน้อย และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ โดยอ้างว่าเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของการจัดส่งก๊าซฯ จากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตก และรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติของภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ จ.ระยอง ไปสิ้นสุดที่ จ.นนทบุรี แนวท่อก๊าซจะผ่าน 8 จังหวัด แนวเขตท่อก๊าซดังกล่าวได้ผ่านที่ดินของชาวบ้าน กระทบต่อบ้านเรือนที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตรทั้งสวนผลไม้ ที่ดินทำกินของชาวบ้านจำนวนมาก
” มีการจ่ายค่าลิดรอนสิทธิในราคาไร่ละไม่ถึง 2 หมื่นบาท ต่ำกว่าความเป็นจริงหรือต่ำกว่าราคาขายทั่วไปตามที่กฎหมายกำหนด และไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมได้ แม้ว่าที่ดินส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งมีราคาสูงมากในปัจจุบัน ดังนั้นชาวบ้านจำนวนมากจึงไม่พอใจ ขอให้สมาคมฯทำคำฟ้องต่อศาลปกครองระยอง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือพิพากษาให้ ปตท. และ กกพ. จ่ายหรือร่วมกันจ่ายค่าชดเชย ค่าทดแทน และค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน เนื่องจากทำให้ที่ดินเสื่อมค่าลง ประเภทพืชผลทางการเกษตร และบ่อปลาและสัตว์น้ำ ในราคาไร่ละ 1.5 ล้านบาท พร้อมอัตราดอกเบี้ย 7.5% นับแต่วันฟ้องคดีไปจนกว่าจะชำระเสร็จ พร้อมกับขอให้เพิกถอนหรือระงับโครงการท่อก๊าซดังกล่าว” นายศรีสุวรรณกล่าว

