“เงินบาททรงตัวใกล้แนว 35.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน และความคืบหน้าการประมูล 4G รอบใหม่”
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทขยับแข็งค่ามาอยู่ใกล้ระดับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ แต่การเคลื่อนไหวในภาพรวมยังเป็นไปในกรอบที่ค่อนข้างแคบในช่วง 2 วันทำการก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากการคาดการณ์ว่า แม้เฟดจะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แต่โอกาสของจังหวะการปรับขึ้นในรอบการประชุม FOMC วันที่ 26-27 เม.ย.นี้ ยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ทิศทางการแข็งค่าของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคในช่วงต้นสัปดาห์ ก็เป็นปัจจัยหนุนเงินบาทด้วยเช่นกัน
สำหรับในวันอังคาร (12 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 35.01 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (8 เม.ย.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (18-22 เม.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 34.80-35.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตาการตอบรับของตลาดต่อข้อมูลเศรษฐกิจจีน และสหรัฐฯ ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ของไทย ตลอดจนผลการประชุมของสมาชิกกลุ่มโอเปกและประเทศนอกกลุ่มเรื่องกำลังการผลิตน้ำมัน (17 เม.ย.) ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศเพิ่มเติมระหว่างสัปดาห์ ประกอบด้วย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และดัชนี PMI ภาคการผลิต (เบื้องต้น) เดือนเม.ย. ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสองเดือนมี.ค. นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามการประชุม ECB และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดเพื่อจับสัญญาณเกี่ยวกับดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของราคาน้ำมันในตลาดโลกและความคืบหน้าการประมูล 4G รอบใหม่ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,385.42 จุด เพิ่มขึ้น 1.15% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 35.0% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 29,875 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 519.34 จุด เพิ่มขึ้น 1.22% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากเริ่มเข้าสู่เทศกาลหยุดยาวช่วงสงกรานต์ โดยดัชนีขยับขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วตาม แรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่ นำโดยกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น และกลุ่มสื่อสารจากความคืบหน้าของการประมูล 4G คลื่น 900 รอบใหม่ ภายหลังมีการประกาศใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อให้เกิดความราบรื่นในการประมูลรอบใหม่ และดูแลประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (18-22 เม.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,365 และ1,360 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,385 และ 1,390 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ผลการประชุมร่วมระหว่างกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 17 เม.ย. และผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 21 เม.ย. ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ดัชนี PMI ภาคการผลิต (เบื้องต้น) เดือนเม.ย. ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ยอดขายบ้านมือสองเดือนมี.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน/การขออนุญาตก่อสร้าง สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) ของยูโรโซน

