เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นวันนี้ว่า ตลาดเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยดัชนีปิดตลาดที่ระดับ 1,712.09 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 3.81 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.22% ดัชนีทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ระดับ 1,715.48 จุด จุดต่ำสุดระหว่างวันที่ระดับ 1,706.54 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 47,567.84 ล้านบาท แบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 711.72 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 67.87 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 560.11 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 219.49 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไม่ได้ตอบรับเชิงลบต่อข้อพิพาทการค้าสหรัฐกับจีนมากนัก ทำให้การส่งสัญญาณตอบโต้กลับของจีน ดัชนีดาวโจนส์ติดลบเพียงเล็กน้อย เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคต่างๆ เช้าวันนี้ส่วนใหญ่เริ่มฟื้นตัวจากการปรับฐานเมื่อวาน โดยในสัปดาห์หน้าจะเข้าสู่ช่วงพีคของการรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนกว่า 320 บริษัท หรือคิดเป็น 48% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแค็ป) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทในดัชนีเซ็ท 100 คาดว่าจะกระตุ้นทำให้เกิดแรงซื้อเพื่อเก็งกำไรผลประกอบการได้ อย่างไรก็ตามต้องระวังในกรณีที่ผลกำไรต่ำกว่าตลาดคาดหมายอาจทำให้เกิดแรงเทขายรุนแรง แต่หากบริษัทใดมีผลกำไรที่ดีกว่าตลาดคาดมากเชื่อว่าจะเกิดการซื้อหุ้นหลังการรายงานผลประกอบการ (Buy on fact) หนุนราคาปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นายประกิตกล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นไปที่หุ้นแลคการ์ดในกลุ่มนำตลาดอย่าง ปิโตรเคมี PTTGC และกลุ่มหุ้นที่จะมีผลประกอบการดีและมีอัพไซต์สูง รวมไปถึงแนวโน้มกำไรในครึ่งหลังของปียังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ TRUE และ SC ส่วนหุ้นระยะกลางถึงยาวให้สะสมหุ้น เช่น BBL KTB MTC ORI LH AP SPALI QH CPN CPALL ROBINS DELTA TNR IVL

