ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ประชาชนส่วนมากจะเดินทางกลับภูมิลำเนา ขณะเดียวกันอีกหลายครอบครัวก็นิยมเดินทางท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงวันหยุดยาว
การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ จากข้อมูลของกระทรวงคมนาคม ประเมินจากความนิยมในการเดินทาง ระหว่างวันที่ 8-18 เมษายน พบว่ามากที่สุดคือทางถนน
เมื่อรวมรถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะอยู่ที่ 15.02 ล้านคน เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 14.67 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 2.44%
รองลงมาคือทางราง โดยรวมบริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หรือรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ อยู่ที่ 3.63 ล้านคน เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 3.45 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 5.23%
ขณะที่การเดินทางโดยเครื่องบินอยู่ที่ 3.56 ล้านคน เพิ่มขึ้น 21.27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 2.93 ล้านคน และการเดินทางทางน้ำ มี 4 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 1.29%
หากแยกการเดินทางเป็นในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยใช้ระบบขนส่งมวลชนต่างๆ มีการเดินทางรวม 16.04 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 15.67 ล้านคน
การเดินทางระหว่างจังหวัด ระบบขนส่งมวลชนต่างๆ มีการเดินทาง 4.20 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 3.85 ล้านคน และการเดินทางระหว่างประเทศผ่านทางท่าอากาศยานของ ทอท. 2.39 ล้านคน เพิ่มขึ้น 23.63% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1.93 ล้านคน
ส่วนพฤติกรรมการท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ มีคำตอบจากหน่วยงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
น.ส.ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้ ในกรุงเทพฯ มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยลดลงเหลือ 60-65% เพราะคนไปเที่ยวต่างจังหวัด และบางส่วนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ประเทศยอดนิยมคงเป็นประเทศญี่ปุ่น คนไทยจองจนเต็มทุกเที่ยวบิน จนไม่มีตั๋วที่นั่งเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทยช่วงเดือนเมษายนนี้ ในต่างจังหวัด เชียงใหม่น่าจะมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 90%
แต่หากเทียบปีก่อนคึกคักกว่านี้ห้องพักจะเต็ม 100%
นางละเอียด บุ้งสีทอง นายกทีเอชเอ ภาคเหนือ กล่าวว่า บรรยากาศสงกรานต์เชียงใหม่ ยอดจองล่วงหน้าน้อยกว่าปีก่อน 5% แต่นักท่องเที่ยวจองแบบช่วงนาทีสุดท้าย เพราะส่วนหนึ่งรอดูสถานการณ์เรื่องปัญหาหมอกควันและภัยแล้ง
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ช่วงสงกรานต์ยังเติบโตอยู่ แต่เป็นแบบกระจายตัว ทำให้อัตราพักเฉลี่ยในเชียงใหม่อยู่ที่ 75-80% เท่ากับสงกรานต์ปีก่อน
นายสรรเพชร ศุภบวรเสถียร นายกทีเอชเอ ภาคตะวันออก กล่าวว่า สงกรานต์ในเมืองพัทยา และชลบุรี แนวโน้มดี ยอดห้องพักจองล่วงหน้า ช่วงวันที่ 14-20 เมษายน ประมาณ 80% ช่วงวันสงกรานต์มีนักท่องเที่ยวแบบไม่ได้จองล่วงหน้า วอล์กอินเข้าพัก จนโรงแรมเต็ม ส่วนคนไทยเดินทางเที่ยวพัทยามากขึ้น จากปัจจัยราคาไม่แพงเกินกำลังซื้อผู้บริโภคช่วงเศรษฐกิจไม่ค่อยดี การเดินทางสะดวก มีห้องพักหลากหลายให้เลือก
นายกฤษฏา ตันสกุล นายกทีเอชเอ ภาคใต้ กล่าวว่า ภูเก็ตถือว่าคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้โรงแรมมียอดจองเฉลี่ยกว่า 75% แต่ช่วงวันสงกรานต์เพิ่มขึ้นมาก คาดว่าในภาพรวมโรงแรมมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 80% สูงกว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในช่วงสงกรานต์ปีก่อน 70%
การเดินทางของนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น เป็นเพราะนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตมากขึ้น และตลาดนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น ประกอบกับอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวยุโรป ช่วงวันที่ 8-17 เมษายน ภูเก็ตจัด 2 งานใหญ่ คือ ภูเก็ต ไบค์วีค และภูเก็ต บอลลูน มิวสิค ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ปีนี้ดีกว่าปีก่อน
นายสมชาติ พิมพ์ธนพูนพร กรรมการผู้จัดการโรงแรมซากุระ แกรนด์วิว กล่าวว่า โรงแรมในหาดใหญ่เต็ม 100% ช่วงวันที่ 12-13 เมษายน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและสิงคโปร์ ชื่นชอบเที่ยวสงกรานต์ในไทย และสงกรานต์ปีนี้ยังจัดงานยิ่งใหญ่เหมือนเดิม เพียงแต่การสำรองน้ำให้นักท่องเที่ยวเล่นสงกรานต์ลดลงและรณรงค์การเล่นสงกรานต์แบบประหยัด ประกอบกับภาคใต้ไม่ได้รับผลกระทบเรื่องภัยแล้งเหมือนภาคอื่นๆ นักท่องเที่ยวจึงเดินทางมาเที่ยวตามปกติ
นายกฤชนัช มีสำราญ อุปนายกสมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) และกรรมการผู้จัดการบริษัท ซันสมายล์ ฮอลิเดย์ แอนด์ ทราเวล กล่าวว่า คาดว่าคนไทยเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น 10-15% เทียบปีก่อน สำหรับกลุ่มไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ยังมีกำลังซื้อและวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วเส้นทางได้รับความนิยมสูงสุด ยังเป็นญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ยุโรป ตามลำดับ
ส่วนเส้นทางระหว่างประเทศอาเซียน คนไทยอาจใช้บริการผ่านบริษัทนำเที่ยวลดลง เนื่องจากสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เองสะดวกมากขึ้น เช่น เกาะบาหลี อินโดนีเซีย
“ปัจจุบันคนไปเที่ยวต่างประเทศง่ายขึ้น เพราะบริษัททัวร์ก็แข่งขันกันมากขึ้น ทำให้ราคาทัวร์ลดลง 10-20% เพราะอย่างยุโรป จ่ายทัวร์ราคาราว 3.9 หมื่นบาท ก็ไปได้แล้ว เพราะด้วยราคาน้ำมันลดลง สายการบินก็ทำกลยุทธ์ทางการตลาดมากขึ้น ราคาทัวร์เฉลี่ย หากเป็นอาเซียน ราคาจะประมาณ 9 พัน-1 หมื่นบาท พักเฉลี่ย 3 วัน 2 คืน ฮ่องกง มาเก๊า ราคา 9 พัน-21.2 หมื่นบาท พัก 3 วัน 2 คืน ญี่ปุ่น 2.6-3 หมื่นบาท ส่วนเส้นทางยุโรปราว 5-7 หมื่นบาท หรือหากระดับพรีเมียมก็ 1 แสนบาทต่อทริป”
นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายกสมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า สงกรานต์นี้มีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น 5 หมื่นคน และตลอดทั้งเดือนเมษายน คนไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น 1.5 แสนคน เมื่อดูสถิติของกรมการท่องเที่ยว เดือนเมษายน 2558 มีคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ 7.4 แสนคน และไปญี่ปุ่นมากที่สุด ช่วงเวลาอื่นๆ การเดินทางท่องเที่ยวยังมีทั้งปี จากการทำโปรโมชั่นตลาดเพิ่มขึ้น ไม่ได้กระจุกแต่ช่วงสงกรานต์เหมือนเมื่อก่อน นอกจากนี้ การขายทัวร์ไปยุโรปก็เติบโตดี จากการลดราคาตั๋วของสายการบินตะวันออกกลาง ทำให้ราคาทัวร์อยู่ที่ 4-8 หมื่นบาท
นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ระบุว่า การท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยช่วงนี้ ถือว่าทรงตัว ตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่มักจะเดินทางเที่ยวด้วยตนเอง เป็นไปในแนวเดียวกับการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว วางแผนการท่องเที่ยวในสงกรานต์ไว้ว่าจำนวนคนไทยท่องเที่ยวในประเทศไม่ได้เติบโตเท่าที่ควร สวนทางกับการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 30% ในช่วงสงกรานต์และวันหยุดยาว
ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่าง 13-17 เมษายน ททท.คาดว่าจะมีเงินสะพัดทางการท่องเที่ยว 15,160 ล้านบาท เติบโต 18% จากปีก่อน ตลาดต่างประเทศมีจำนวนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) และเที่ยวบินพิเศษขออนุญาตบินเข้ามาในช่วงสงกรานต์กว่า 94 เที่ยวบิน เข้ากรุงเทพฯ 69 เที่ยวบิน ภูเก็ต 21 เที่ยวบิน และกระบี่ 4 เที่ยวบิน รวมจำนวนที่นั่งบินทั้งหมด 21,828 ที่นั่ง ประเทศที่บินมามากที่สุด คือ จีน เกาหลีใต้ รัสเซีย เดนมาร์ก ญี่ปุ่น พม่า อังกฤษ สวีเดน ฟินแลนด์ อิหร่าน และไต้หวัน
“ยอมรับว่าตลาดคนไทยปีนี้เติบโตเพียงเล็กน้อย เพราะภาวะเศรษฐกิจกดดัน ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัว จึงระมัดระวังการใช้จ่าย ตลอดจนปัญหาภัยแล้ง หลายฝ่ายกังวล และภาคเกษตรกร คงต้องการเก็บออมเงินมากกว่าใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว” นายยุทธศักดิ์กล่าว
นายยุทธศักดิ์กล่าวถึงตัวเลขอัตรายอดการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าก่อนสงกรานต์ว่า ยอดจองโดยรวมจากนักท่องเที่ยว 6 ภูมิภาค มีประมาณ 109,341 คน เติบโต 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ภูมิภาคอเมริกามีแนวโน้มการจองเพิ่มขึ้นกว่า 45% รองลงมา คือ ภูมิภาคยุโรป เพิ่มขึ้น 12% และจากอาเซียนเติบโต 8% ขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ ยอดการจองยังลดลงเล็กน้อย คาดว่าเกิดจากพฤติกรรมการจองในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายตลาดแล้ว พบว่าตลาดมีแนวโน้มการจองเพิ่มขึ้นดี คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน อินเดีย ฝรั่งเศส อเมริกา แคนาดา อิตาลี สหราชอาณาจักร และรัสเซีย
ส่วนเยอรมนี ออสเตรเลีย สวีเดน และสเปน ยังคงมียอดจองน้อยกว่าปีที่ผ่านมา
นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ผู้โดยสารในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ดูจะคึกคักกว่าปีก่อน โดยเฉพาะช่วงวันที่ 11-12 เมษายน มีอัตราบรรทุกผู้โดยสารเต็ม 100% ในส่วนของเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนเส้นทางภาคอื่นอยู่ระดับ 90-95% และจะกลับมาหนาแน่นอีกครั้งในช่วงวันที่ 16-17 เมษายน จะเริ่มเดินทางกลับมาทำงาน พบว่าสัดส่วนผู้โดยสารนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น อาจเพราะต้องการมาท่องเที่ยวสงกรานต์ของไทย
น.ส.แพรวรำไพ แสงทอง ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สายการบิน ไทย ไลอ้อนแอร์ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 12-18 เมษายน อัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย (โหลด แฟกเตอร์) จะอยู่ประมาณ 80% ยอดเส้นทางสูงสุดของสายการบิน คือ จังหวัดอุดรธานี และอุบลราชธานี รองลงมา คือ จังหวัดเชียงใหม่
ภาพรวมการเดินทางสงกรานต์ปีนี้ ทั้งไทยเที่ยวเทศ เทศเที่ยวไทย มองแล้วจึงคึกคักกว่าปีก่อน

