หน้าแรก เศรษฐกิจ ลดวงเงินคุ้มค...

ลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากไม่กระทบเชื่อมั่นประชาชน-ยังไม่พบโยกเงินออก สคฝ.ยันคุ้มครองทุกบัญชีเหมือนเดิม

3.08.18 | 20:26 น.

เมื่อวันที่ 3 นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานครบรอบ 10 ปี สถาบันคุ้มครองเงินฝาก(สคฝ.) ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ว่า ในวันที่ 11 สิงหาคม 2561 นี้ สคฝ.จะปรับลดการคุ้มครองเงินฝากลงจาก 15 ล้านบาท ลงมาอยู่ที่ 10 ล้านบาท ก่อนจะลดลงเหลือ 5 ล้านบาท ในปี 2562 และในปี 2563 เหลือเพียง 1 ล้านบาท นั้น มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ที่ผ่านมาต้องมีการคุ้มครองเงินฝากเพราะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ จึงต้องมีเงินไว้รองรับหากสถาบันการเงินได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้ไม่ได้กังวลว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ และปัจจุบัน สคฝ. มีเงินสมทบรวมอยู่กว่า 1.2 แสนล้านบาท จำนวนนี้พอรองรับสำหรับสถาบันการเงินขนาดกลางโดยที่ไม่กระทบต่อเศรษฐกิจแต่หากเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่จะเข้าสู่ระบบกองทุนฟื้นฟูสถาบันการเงิน ทั้งนี้ สถานการณ์การฝากเงินยังปกติไม่เห็นการโยกเงินฝากจากสถาบันการเงินเอกชนไปที่สถาบันการเงินของรัฐแต่อย่างใดโดยผู้ฝากเงินรวมมีจำนวนอยู่ที่กว่า 75 ล้านราย คิดเป็นมูลค่าเงินฝาก 12.8 ล้านล้านบาท

ด้านนายสาทร โตโพธิ์ไทย ผู้อำนวยการ สคฝ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สคฝ. ได้มีการติดตามการเคลื่อนย้ายบัญชีเงินฝากของประชาชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงที่มีการปรับลดวงเงินคุ้มครองจาก 25 ล้านบาท ลงมาอยู่ที่ 15 ล้านบาท ซึ่งไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงคาดว่าการปรับลดวงเงินคุ้มครองรอบนี้จะไม่เห็นการโยกเงินฝากเปลี่ยนแปลงมากเช่นกัน โดยที่ผ่านมาเงินฝากที่ลดลงไปบ้างเป็นอาจจะมีการนำออกไปใช้ประโยชน์ตามความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ แม้ว่าจะลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากลงแต่สิทธิกาาคุ้มครองเงินฝากไม่เปลี่ยนแปลง สคฝ.ยังคุ้มครองทุกบัญชีเงินฝาก โดยพบว่ากว่า 98.2% เป็นบัญชีเงินฝากที่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ได้รับการคุ้มครองเต็มจำนวน ขณะที่อีก 1% กว่าเท่านั้น ที่มีเงินฝากสูงและจะได้รับการคุ้มครองไม่เต็มจำนวน

“สคฝ. มีเงินในกองทุน 1.2 แสนล้านบาท แต่ละปีจะมีเงินเพิ่มขึ้นราว 4,000 ล้านบาท โดยมาจากการสมทบของสถาบันการเงินสมทบปีละ 0.01% หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 1,100-1,200 ล้านบาท และผลจากการนำเงินไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน อาทิ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ตราสารหนี้รัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลค้ำประกัน ราวปีละ 2,000-3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังได้มีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในองค์กร และปรับหลักเกณฑ์กรณีที่สถาบันการเงินต้องปิดตัวกองทุนสามารถจ่ายเงินคุ้มครองให้กับประชาชนได้ทันทีโดยไม่ประชาชนไม่ร้องมายื่นคำร้องเอง ซึ่งระยะเวลาภายใน 30 วันจากเดิมที่กระบวนการใช้เวลามากกว่า 120 วัน”นายสาทร กล่าว