เดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง สำหรับการพัฒนารถไฟไทยให้ทันสมัยและผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย ล่าสุดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อนุมัติในหลักการให้ดำเนินโครงการเดินรถไฟด้วยระบบไฟฟ้าบนรถไฟทางคู่ เพื่อทดแทนการเดินรถไฟด้วยเครื่องยนต์ดีเซล
โดยกำหนดไว้ 4 เส้นทาง ลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท (รวมวงเงินค่าก่อสร้างโรงซ่อมบำรุงและโรงซ่อมหนัก 4.8 พันล้านบาท)
ประกอบด้วย
1.สายเหนือ ช่วงชุมทางบางซื่อ-ชุมทางบ้านภาชี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 252 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 2.87 หมื่นล้านบาท
2.สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงชุมทางบางซื่อ-ชุมทางบ้านภาชี-ชุมทางแก่งคอย-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 243 กม. วงเงิน 2.36 หมื่นล้านบาท
3.สายใต้ ช่วงชุมทางบางซื่อ-ชุมทางหนองปลาดุก-หัวหิน ระยะทาง 209 กม. วงเงิน 3.35 หมื่นล้านบาท
4.สายตะวันออก ช่วงชุมทางบางซื่อ-มักกะสัน-ฉะเชิงเทรา-พัทยา ระยะทาง 160 กม. วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังเตรียมว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม โดยให้จัดทำเป็นโรดแมปการเดินรถไฟด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งประเทศ เพื่อศึกษาเพิ่มเติมในประเด็นกรอบระยะเวลาการเปลี่ยนถ่าย เทคโนโลยีจากรถดีเซลเป็นรถไฟฟ้าในภาพรวมของทั้งประเทศ ภาพรวมของการใช้รถจักร-ล้อเลื่อน ในอนาคต การเชื่อมโยงของภารกิจโรงซ่อมบำรุง-โรงงานทั้งประเทศ เพื่อกำหนดภารกิจต่อการใช้รถไฟฟ้าในอนาคต
ขณะเดียวกันต้องคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร เทียบเคียงกับการเดินทางทั้งรถไฟความเร็วสูง สายการบินต้นทุนต่ำ รถทัวร์ และการคาดการณ์การขนส่งสินค้า การจัดลำดับความสำคัญของผลการศึกษาความเหมาะสมการเดินรถไฟด้วยระบบไฟฟ้าบนทางคู่ 4 เส้นทาง และการออกแบบรายละเอียด การเดินรถไฟด้วยระบบไฟฟ้า ในเส้นทางทางคู่เส้นแรกในระยะไม่เกิน 300 กม.จากกรุงเทพฯ คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาจัดทำโรปแมปประมาณ 8 เดือน
เบื้องต้นประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (อีไออาร์อาร์) 4 เส้นทาง อยู่ที่ 13.84% โดยสายชุมทางบางซื่อ-หัวหิน มีค่าอีไออาร์อาร์สูงสุดที่ 13.64%
รองลงมาคือชุมทางบ้านภาชี-ชุมทางถนนจิระ 13.19% ชุมทางบางซื่อ-พัทยา 10.55% และชุมทางบางซื่อ-ปากน้ำโพ 7.01%
ส่วนผลตอบแทนทางการเงิน (เอฟไออาร์อาร์) ทั้ง 4 สายทาง อยู่ที่ 9.08% โดยสายตะวันออกเฉียงเหนือสูงสุด 10.84% รองลงมาคือสายตะวันออก 6.90% สายใต้ 6.15% และสายเหนือ 5.13%
ทั้งนี้ รฟท.ประเมินว่า หากนำรถไฟไฟฟ้ามาให้บริการ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเดินรถ เพราะการเดินรถด้วยระบบไฟฟ้ามีต้นทุนถูกกว่าดีเซลประมาณ 25-30% และลดค่าใช้จ่ายค่าซ่อมบำรุงรางประมาณ 2-5% อีกด้วย!!
นายขันตี

