น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าในประชากรสัตว์ทั้งหมดในประเทศ โดยเฉพาะสุนัขและแมว รวมกว่า 10 ล้านตัว เราตั้งเป้าหมายไว้ที่ร้อยละ 80 ซึ่งขณะนี้สามารถดำเนินการได้แล้วประมาณกว่าร้อยละ 70 หรือประมาณ 8 ล้านตัว ถ้าการฉีดวัคซีนครอบคลุมก็จะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคพิษสุนัขบ้า แต่ต้องดำเนินการควบคู่กับการทำหมันสัตว์ และการสำรวจประชากรสุนัขและแมว ซึ่งขณะนี้สภานิติบัญญัติ (สนช.) อยู่ระหว่างการจัดทำร่าง พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. … ซึ่งเป็นฉบับแก้ไข โดยจะผลักดันให้ออกและบังคับใช้ภายในปี 2561 นี้ หรืออีกภายใน 4 เดือน โดยมีสาระสำคัญ คือ การกำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียนสัตว์ หากไม่ขึ้นทะเบียนจะมีโทษตามกฎหมาย โดยอาจจะเป็นโทษปรับ ซึ่งจะเป็นเท่าไรนั้นอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายอยู่ แต่คงเป็นระดับที่ปรับแล้วทำให้เจ้าของมีความตระหนัก
“การขึ้นทะเบียนสัตว์จะทำให้สามารถแยกสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของได้ และสามารถควบคุมโรคต่างๆ ได้โดยง่าย ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยมีกฎหมายบังคับให้ขึ้นทะเบียนสัตว์มาก่อน สำหรับสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ เช่น สุนัขจรจัด หากขึ้นทะเบียนแล้วจะเป็นหน้าที่ของส่วนท้องถิ่นที่จะต้องดูแล โดยรัฐบาลอาจจะจัดงบประมาณส่วนหนึ่งให้ท้องถิ่นไปดูแล อย่างไรก็ตาม การขึ้นทะเบียนสัตว์อาจมีการกำหนดในเรื่องของค่าธรรมเนียม และมีการสอบถามถึงความสามารถในการเลี้ยงสัตว์ว่าเป็นอย่างไร มีพื้นที่ในการเลี้ยงเท่าใด เพราะการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เกินตัว จะทำให้เลี้ยงได้ไม่ดีพอ ซึ่งในหมวดของสวัสดิภาพสัตว์อาจจะต้องมีการออกกฎหมายลูกตามมา เช่น กำหนดว่าพื้นที่ขนาดเท่านี้สามารถเลี้ยงสัตว์ได้กี่ตัว สัตว์จะอยู่อย่างไรถึงจะมีอิสรภาพ เป็นต้น แต่ยืนยันว่ากฎหมายไม่มีการพูดถึงการเลี้ยงสัตว์มากกว่า 1 ตัวต้องเสียภาษีแต่อย่างใด” น.สพ.สรวิศ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีกรมปศุสัตว์นำเข้าวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าในสัตว์ 10 ล้านโดส แต่ยังไม่มีการกระจายลงไปในพื้นที่ น.สพ.สรวิศ กล่าวว่า ขอชี้แจงก่อนว่า กรมปศุสัตว์นำเข้าเพียง 1 ล้านโดสเท่านั้น ไม่ใช่ 10 ล้านโดส ส่วนอีก 9 ล้านโดสนั้นเป็นส่วนของท้องถิ่นจัดซื้อเอง ซึ่ง 1 ล้านโดสที่เราจัดซื้อนั้นจะกระจายไปยังพื่นที่ควบคุม ประกาศเขตโรคระบาด ใช้กับสุนัขจรจัด
เมื่อถามถึงกระแสคุณภาพของวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าในสัตว์ เพราะมีเหตุการณ์ฉีดแล้วทำให้สุนัขตาย นส.พ.สรวิศ กล่าวว่า ระบบการนำเข้ามามีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการตรวจคุณภาพเบื้องต้น ส่วนกรมปศุสัตว์เมื่อนำวัคซีนเข้ามาและฉีดให้สัตว์แล้ว จะมีการตรวจติดตามว่าภูมิคุ้มกันขึ้นในระดับป้องกันโรคได้หรือไม่ ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลก็พบว่า สามารถควบคุมโรคได้ ส่วนที่ว่าฉีดแล้วตายคิดว่า อาจเกิดจากสาเหตุอื่นมากกว่าวัคซีน เช่น สุนัขป่วยอยู่แล้ว หรือบาดเจ็บ ซึ่งปกติเราจะแนะนำว่า สุนัขที่ป่วย ท้อง หรือบาดเจ็บจะไม่ฉีดวัคซีน ซึ่งโรคที่ทำให้สุนัขตายได้ เช่น โรคลำไส้อักเบที่เกิดจากเชื้อไวรัส หากเชื้อรุนแรงก็ทำให้ลูกสุนัขหรือสุนัขวัยรุ่นตายใน 2-3 วันได้ หรือฏรคหัดสุนัข เป็นต้น อย่างไรก็ตามมา ที่ผ่านมายังไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่ว่าการฉีดวัคซีนทำให้สุนัขตาย ส่วนประสิทธิภาพของวัคซีนที่ท้องถิ่นจัดซื้อนั้น ยืนยันว่ามีคุณภาพเช่นกัน เรพาะใช้สเปกเดียวกับกรมปศุสัตว์และต้องผ่าน อย.เช่นกัน
เมื่อถามถึงกรณีพื้นที่ระบาดไม่ส่งตรวจหัวสุนัข เราะคิดว่าระบาดอยู่แล้ว นส.พ.สรวิศ กล่าวว่า ตนกำชับปศุสัตว์จังหวัดทุกแห่งแล้วว่า ทุกเคสถ้าสงสัยให้ส่งตรวจทั้งหมด ไม่ส่งไม่ได้ เพราะมิเช่นนั้นจะไม่รู้โรคที่แท้จริง แต่ถ้าเราส่งตรวจและรู้ว่ามีเชื้อหรือไม่ จะช่วยให้รู้ว่าต้องควบคุมโรคตรงไหนอย่างไร เรื่องไม่ส่งตรวจไม่น่ใช่แน่นอน ส่วนสถานการณ์การระบาดในสัตว์นั้น มีพื้นที่เกิดโรค 19 จังหวัด รวม 30 จุด ซึ่งมีการเปิดเผยชัดเจน ส่วนพื้นที่ที่ไม่เคยพบเลยมี 20 จังหวัด เช่น สกลนคร เป็นต้น

