เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชล ในช่วงฤดูฝนปี 2561
ดร.ทวีศักดิ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 185 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)หรือคิดเป็นร้อยละ 83 ของความจุอ่างฯ ยังอยู่ใน เกณฑ์ควบคุม(ร้อยละ 80) ทั้งนี้ ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนบริเวณเขาเขียว ส่งผลให้มีน้ำไหลลงอ่างฯวันละประมาณ 10 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่มีการระบายน้ำวันละประมาณ 3 ล้าน ลบ.ม. จะเห็นได้ว่าเขื่อนขุนด่านฯ ได้ทำหน้าที่ในการหน่วงน้ำและชะลอน้ำไม่ให้ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างที่ประสบกับปัญหาน้ำท่วมเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ น้ำป่าไหลหลากจากเขาเขียว ลงสู่ลำนางรองและไหลลงสู่แมjน้ำนครนายก ด้านท้ายเขื่อนขุนด่านฯ ตามลำดับ จนส่งผลให้ ระดับน้ำในแม่น้ำนครนายกเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง ดังนั้น ปริมาณน้ำที่ระบายมาจากเขื่อนขุนด่านฯ จึงไม่ใช่สาเหตุให้เกิดน้ำท่วมแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ในช่วงต้นฤดูฝน กรมชลประทานได้ติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และวางแผน บริหารจัดการน้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมที่เหมาะสม ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน นอกจากนี้ ยังได้รายงานสถานการณ์น้ำให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่อง แม้ขณะนี้จะมีแนวโน้มที่ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนขุนด่านฯจะเพิ่มมากขึ้น กรมชลประทานพร้อมที่จะบริหารจัดการน้ำ โดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน หรือกระทบให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำ ได้จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ติดตามสถานการณ์น้พอย่างใกล้ชิดด้วย
ทั้งนี้รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กรมชลประทานนำสถิติระดับน้ำย้อนหลังมาวางแผนการระบายน้ำ เพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่จะมาเพิ่ม พร้อมทั้งวางแผนแก้ไขปัญหาระยะยาวกับพื้นที่ท้ายเขื่อนที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ และขอให้ทุกหน่วยงานแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินงาน พร้อมทั้งประสานข้อมูลกัน เพื่อแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที





