เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น “เบบินคา” ได้เคลื่อนออกจากบริเวณภาคเหนือตอนบนของไทยเข้าปกคลุมประเทศพม่าแล้ว ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือยังคงมีฝนมากกว่าบริเวณอื่นๆ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง วันเดียวกันนี้ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 54,037 ล้านลูกบาศก์เมตร(ล้าน ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 71 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด มากกว่าปี 2560 รวม 4,683 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำใช้การได้ 30,117 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรองรับน้ำได้อีก 22,047 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 14,891 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯรวมกัน และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 8,195 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 45 ทั้งนี้ 4 เขื่อนหลักยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 9,980 ล้าน ลบ.ม.
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี วันนี้มีปริมาณน้ำ 767 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 108 ของความจุอ่างฯ น้ำไหลลงอ่างฯประมาณ 37 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของเขื่อนแก่งกระจาน ทำให้มีน้ำไหลลงอ่างฯมากขึ้น จึงมีการระบายน้ำออกจากอ่างฯช่องทางปกติ และกาลักน้ำ ปริมาณน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่เขื่อนเพชร กรมชลประทานได้ผันน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเพชรเข้าระบบชลประทาน และคลองระบายน้ำ D9 รวมกันประมาณ 82 ลบ.ม./วินาที ไหลผ่านเขื่อนเพชรลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ในอัตราประมาณ 129 ลบ.ม./วินาที จากการติดตามระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำ B.3A ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง 0.34 เมตร ส่วนที่สถานี B.15 เทศบาลเพชรบุรี อ.เมือง ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง 0.46 เมตร ทั้งสองสถานีระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามปริมาณฝนที่ตกเพิ่มในพื้นที่

กรมชลประทาน ยังคงเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจานอย่างใกล้ชิด พร้อมกับปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสภาวะฝนที่ตกลงมา โดยให้ส่งกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนน้อยที่สุด ซึ่งได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่องแล้ว สำหรับเครื่งสูบน้ำจำนวน 38 เครื่อง(สำรอง 8 เครื่อง) เครื่องผลักดันน้ำจำนวน 31 เครื่อง(สำรอง 5 เครื่อง) ติดตั้งแล้วบริเวณอ.บ้านแหลม และอ.เมือง เรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือ และหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ยังคงประจำการอยู่ในพื้นที่ พร้อมเดินเครื่องจักร เครื่องมือเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง
ส่วนเขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร วันนี้มีปริมาณน้ำเก็บกัก 529 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 102 (ระดับน้ำลดลง 2 ซม.) มีน้ำเข้าเขื่อน 3.65 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำออกจากเขื่อน 5.37 ล้าน ลบ.ม. พร้อมติดตั้งช่องทางพิเศษกาลักน้ำจำนวน 25 ชุด เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำ
กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 5 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 6 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำบ้านหนองบึงและที่สะพานบ้านท่าด่านม่วงคำ เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม และสามารถรองรับน้ำที่อาจเกิดจากสภาพฝนในระยะต่อไป

สำหรับเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก วันี้มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 194 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 86 ของความจุอ่างฯ เร่งระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม มีน้ำไหลลงอ่างฯวันละประมาณ 4.04 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่มีการระบายน้ำวันละประมาณ 4 ล้าน ลบ.ม. ยังไม่ส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งแต่อย่างใดและระดับน้ำมีแนวโน้มเริ่มลดลงแล้ว
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล ให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมที่เหมาะสม ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ ยังได้รายงานสถานการณ์น้ำให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมที่จะบริหารจัดการน้ำ โดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนหรือกระทบให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย

