หน้าแรก เศรษฐกิจ กสทช.ปลื้ม &#...

กสทช.ปลื้ม ‘เอไอเอส-ดีแทค’ ร่วมเคาะประมูลคลื่น 1800 โกยเข้ารัฐ 2.5 หมื่นล้าน (ชมคลิป)

19.08.18 | 15:09 น.

พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) เปิดเผยว่า วันที่ 19 สิงหาคม กสทช.ได้เปิดการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 1740-1785/1835-1880 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีรอบการประมูลจำนวน 4 รอบ ใช้เวลาในการประมูลรวมทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 15 นาที

พล.อ.สุกิจกล่าวว่า สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ในครั้งนี้ แบ่งชุดคลื่นความถี่จำนวน 9 ชุด ขนาดชุดละ 2 x 5 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งมีผู้ชนะการประมูล และได้เสนอราคาชุดคลื่นความถี่รวม 2 ชุด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 25,022 ล้านบาท และมีการเลือกย่านความถี่ที่ชนะการประมูล ดังนี้ 1.บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เสนอราคารวม 12,511 ล้านบาท เป็นผู้ชนะการประมูลจำนวน 1 ชุด คลื่นความถี่ชุดที่ 1 รวม 2 x 5 เมกะเฮิรตซ์ ในช่วงความถี่วิทยุ 1740-1745 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับ 1835-1840 เมกะเฮิรตซ์ และ 2.บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (ดีทีเอ็น) ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เสนอราคารวม 12,511 ล้านบาท เป็นผู้ชนะการประมูลจำนวน 1 ชุด คลื่นความถี่ชุดที่ 2 รวม 2 x 5 เมกะเฮิรตซ์ ในช่วงความถี่วิทยุ 1745-1750 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับ 1840-1845 เมกะเฮิรตซ์

“ตามขั้นตอน กสทช.ได้ประกาศผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และประกาศให้การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ในครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว และจะมีการประชุมเพื่อรับรองผลการประมูลภายใน 7 วันนับจากวันที่สิ้นสุดการประมูล สำหรับผู้ชนะการประมูลจะต้องชำระเงินประมูลงวดที่ 1 เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของราคาการประมูลสูงสุดของตนเอง พร้อมจัดส่งหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินเพื่อค้ำประกันการชำระเงินประมูลในส่วนที่เหลือภายใน 90 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งจะจัดส่งภายหลังการรับรองผลการประมูล”พล.อ.สุกิจกล่าว

พล.อ.สุกิจกล่าวว่า สำหรับคลื่นความถี่ที่เหลืออยู่ จะต้องนำมาประเมินผลใหม่ โดยจะดูผลจากการประมูลคลื่นความถี่ครั้งนี้ร่วมด้วย ทั้งช่วงเวลาในการจัดการประมูลในครั้งต่อไป รวมถึงราคาตั้งต้นของการประมูลด้วย

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า โดยรวมพอใจกับผลการประมูลในครั้งนี้ ซึ่งสามารถนำรายได้เข้ารัฐรวม 25,022 ล้านบาท แต่ยังมีข้อกังวลในด้านจำนวนคลื่นความถี่ที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอร์เรเตอร์) ถือครอง ที่อาจเพียงพอต่อการให้บริการ 3G และ 4G แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการให้บริการ 5G ที่จะเริ่มมีการใช้งานในปี 2563 นี้ ดังนั้นทางสำนักงาน กสทช.จะเร่งดำเนินการจัดประมูลคลื่นความถี่ส่วนที่เหลือโดยเร็วที่สุด ภายในปี 2561- ต้นปี 2562 แต่ทั้งนี้ต้องมีการร่างบทวิเคราะห์ถึงขั้นตอนการประมูลและหลักเกณฑ์การประมูลครั้งใหม่ เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมการประมูล โดยเป็นไปได้ว่า จะยืดระยะเวลาการชำระเงินสำหรับผู้ชนะการประมูลในรอบใหม่เป็น 5-6 ปี จากเดิมที่ต้องชำระเงินค่าประมูลภายใน 3 ปี แต่ยังคงราคาตั้งต้นการประมูลเดิม เพราะไม่สามารถลดราคาลงได้ตามหลักของกฎหมาย โดยคาดว่าผู้ประกอบการทั้ง 3ราย จะเข้าร่วมการประมูลในรอบใหม่

Advertisement

นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ได้จากการประมูลจะนำมาให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของลูกค้า 2G ที่มีฐานลูกค้าเป็นจำนวนมาก และรวมถึงการนำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายบริการ 4G ตอบสนองความต้องการการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

“ดีแทคต้องขอขอบคุณรัฐบาล และ กสทช. สำหรับการจัดประมูลคลื่นความถี่ที่ประสบความสำเร็จโดยคำนึงถึงข้อคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ดีแทคมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า กสทช. จะอนุมัติแผนมาตรการคุ้มครองลูกค้าใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ต้องแสดงความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการ และ กสทช.เพื่อไม่ให้ซิมดับและมีผลกระทบต่อการใช้งานของลูกค้า หลังจากสิ้นสุดสัมปทาน” นายราจีฟ กล่าว

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า ขณะนี้ เอไอเอสถือครองคลื่นความถี่เพื่อให้บริการลูกค้าสูงสุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รวมกับการใช้โรมมิ่งกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ส่งผลให้มีคลื่นในการให้บริการมากถึง 60 เมกะเฮิรตซ์ โดยเฉพาะคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีรวมกันถึง 20 เมกะเฮิรตซ์

“การประมูลครั้งนี้ ทำให้เอไอเอสมีคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 20 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยี 4G เพียงรายเดียวที่มีคลื่นความถี่ติดกันมากที่สุด ทำให้รองรับความเร็วของการใช้งานบริการดาต้าของลูกค้าผ่านโทรศัพท์มือถือสามารถรองรับในปริมาณที่มากขึ้นด้วยความเร็วที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำในตลาด รวมทั้งยังสามารถสร้างโอกาสและเตรียมความพร้อมในการรองรับคลื่นความถี่ 5G ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นายสมชัยกล่าว

นายสมชัยกล่าวว่า คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่บริษัทประมูลได้มานั้น มีความเหมาะสมและความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับการขยายความจุโครงข่ายเพื่อรองรับการเติบโตของ 4G โดยเป็นการเพิ่มช่องสัญญาณจากเดิม และใช้ได้กับอุปกรณ์โครงข่าย 4G บนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีอยู่ ซึ่งช่วยให้บริษัทประหยัดงบประมาณการลงทุนในระยะยาว

(ชมคลิป)